ปรัชญา: ความสำเร็จที่แท้จริงอยู่ที่การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์สุขแก่มวลมนุษยชาติ

You are here

พันธกิจ

หลักสูตรฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านต่อยอด สาขาอายุรศาสตร์โรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์

พันธกิจ

“เพื่อผลิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตออกสู่สถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑล ชุมชนเมืองใหญ่ และต่างจังหวัด มุ่งเน้นคุณภาพมาตรฐานด้านการให้บริการ การถ่ายทอดความรู้ และการวิจัยเพื่อส่งเสริมระบบสาธารณสุขของประเทศ เน้นให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมหัดคิดหาเหตุผลและแก้ปัญหาด้วยตัวเองภายไต้การกำกับดูแลและการให้คำแนะนำจากอาจารย์ โดยไม่ละเลยความสำคัญในการทำงานเป็นทีมร่วมกับบุคลากรทุกระดับ การดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม และการเรียนรู้ต่อเนื่อง”

เกณฑ์การรับแพทย์ประจำบ้านต่อยอดสาขาวิชาอายุรศาสตร์โรคไต

ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

เพื่อให้การพิจารณคัดเลือกแพทย์ประจำบ้านต่อยอดอนุสาขาอายุรศาสตร์โรคไต เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และยุติธรรม สอดคล้องไปตามพันธกิจของหลักสูตรฝึกอบรม ข้อกำหนดของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีและแพทยสภา เพื่อรองรับการผลิตแพทย์ออกสู่หน่วยงานต่างๆ และตอบความต้องการของระบบสาธารณสุขของประเทศ จึงขอกำหนดเกณฑ์และวิธีการคัดลือกแพทย์ประจำบ้านต่อยอดดังนี้

คุณสมบัติของผู้สมัคร

  1. ต้องเป็นผู้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนการประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภาแล้ว
  2. ต้องได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาวิชาอายุรศาสตร์จากราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยแล้วหรืออยู่ระหว่างการฝึกอบรมในปีสุดท้ายของสาขาวิชาอายุรศาสตร์ในสถาบันที่แพทยสภารับรอง
  3. มึคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์แพทยสภาในการเข้ารับการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทาง
  4. ถ้าเป็นผู้พิการทุพลภาพจะต้องไม่ส่งผลต่องการปฏิบัติงาน โดยในกรณีที่ผู้พิการทุพลภาพผ่านการคัดเลือกจะต้องทดลองปฏิบัติงานเป็นระยะเวลา 1 เดือน จากนั้นคณะอนุกรรมการคัดเลือกแพทย์ประจำบ้านจะทำการประเมินอีกครั้งหนึ่งว่าความพิการทุพลภาพดังกล่าวส่งผลต่อการปฏิบัติงานหรือไม่

จำนวนที่รับ ไม่เกิน 5 คนต่อปี

คณะอนุกรรมการในการคัดเลือก

คณะอนุกรรมการในการคัดเลือกประกอบไปด้วย หัวหน้าสาขาวิขาอายุรศาสตร์โรคไต ประธานหลักสูตรอายุรศาสตร์โรคไต และอาจารย์ภายในสาขาวิชาที่ได้รับการแต่งตั้งจากหัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ โดยคณะอนุกรรมการทั้งหมดจะต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้สมัคร และได้ลงนามใน“หนังสือรับรองการไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน” ก่อนการคัดเลือก

เกณฑ์การคัดเลือก

  1. ความรู้ความสามารถ ได้แก่ ประวัติการศึกษา เคยได้รับรางวัลด้านความเป็นเลิศทางวิชาการ/วิจัย เคยนำเสนอผลงานแบบปากเปล่าในที่ประชุมระดับประเทศหรือระดับโลก มีผลงานตีพิมพ์ในวารสาร
  2. ความต้องการทางสาธารณสุข ได้แก่ การมีต้นสังกัดโดยเฉพาะจากเขตพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระยะเวลาที่ใช้ทุนก่อนสมัคร เคยมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการแพทย์และสาธารณสุข
  3. ความเป็นครู ประเมินจากประวัติการทำงาน ได้แก่ เคยได้รับรางวัลที่เกี่ยวกับการสอนนักศึกษาแพทย์ ได้รับหน้าที่เป็นแพทย์พี่เลี้ยงของนักศึกษาแพทย์และปฏิบัติงานได้ดีเป็นที่ชมเชย
  4. ทัศนคติ ความตั้งใจ และความสนใจไฝ่รู้ในสาขาอายุรศาสตร์โรคไต ประเมินจากประวัติการทำงานและการสัมภาษณ์
  5. ทักษะการสื่อสาร ปฏิภาณไหวพริบ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ประเมินจากการสัมภาษณ์
  6. บุคลิกลักษณะและกิริยามารยาท ประเมินจากการสัมภาษณ์
  7. ความเป็นผู้นำและสามารถทำงานร่วมกับผู้ร่วมงานทุกระดับ ประเมินจากประวัติการทำงานและการสัมภาษณ์

ช่วงเวลาที่รับสมัคร

จะประกาศในเว็บไซต์ก่อนการรับสมัคร

การประกาศผลการคัดเลือก

แจ้งผลการคัดเลือกให้ทราบภายใน 1 สัปดาห์หลังการสัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์หรืออีเมล์

การอุทธรณ์ผลการคัดเลือก

  1. ผู้สมัครแพทย์ประจำบ้านต่อยอดกรอกแบบคำร้องภายใน 2 สัปดาห์นับจากวันที่ได้รับแจ้งผลการคัดเลือกเพื่อยื่นต่อเลขานุการคณะอนุกรรมการคัดเลือกแพทย์ประจำบ้าน
  2. เลขานุการคณะอนุกรรมการคัดเลือกแพทย์ประจำบ้านพิจารณาคำร้องในเบื้องต้น และอาจตัดสินใจเปิดเผยคะแนนการคัดเลือกให้ผู้สมัครแพทย์ประจำบ้านทราบ ถ้าผู้สมัครพอใจจะยืนผลการตัดสินเดิมและถือเป็นสิ้นสุด
  3. ในกรณีที่ผู้สมัครยังไม่พอใจ เลขานุการคณะอนุกรรมการคัดเลือกแพทย์ประจำบ้านจะพิจารณานำคำร้องดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการคัดเลือกแพทย์ประจำบ้าน
  4. คณะอนุกรรมการคัดเลือกแพทย์ประจำบ้านนัดวันประชุมหารือเพื่อพิจารณาคำร้องแล้วลงมติโดยจะมีการบันทึกรายงานการประชุม
  5. ประธานคณะอนุกรรมการคัดเลือกแพทย์ประจำบ้านแจ้งผลการลงมติอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรให้แก่ผู้สมัครทราบและถือเป็นการสิ้นสุด โดยกระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน