รอยช้ำ สัญญาณเตือนบอกโรค
หน้าแรก
รอยช้ำ สัญญาณเตือนบอกโรค

รอยช้ำ สัญญาณเตือนบอกโรค

รอยช้ำ จ้ำเลือด อาการที่เกิดขึ้นตามผิวหนังของร่างกาย โดยส่วนใหญ่มักเกิดตามหลังการกระทบกระแทก เช่น ชนสิ่งของ หกล้ม บางครั้งอาจมีอาการกดแล้วเจ็บร่วมด้วย อย่างไรก็ตามในผู้สูงอายุอาจพบรอยช้ำตามหลังการกระทบกระแทกที่ไม่รุนแรงได้ ซึ่งเกิดจากผิวหนังที่บางเนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้นร่วมกับความเปราะบางของเส้นเลือดฝอย อย่างไรก็ตามรอยช้ำที่เกิดขึ้นผิดปกติอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคบางอย่างได้

รอยช้ำ เกิดจากอะไร

รอยช้ำเป็นการบาดเจ็บบริเวณผิวหนังที่เกิดขึ้นจากเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังแตก และมีเลือดสะสมอยู่ใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นเกิดเป็นรอยช้ำขึ้นมา ซึ่งจะหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์

รอยช้ำ สัญญาณเตือนบอกโรค

สาเหตุที่ทำให้เกิดรอยช้ำ

  • การกระแทกอย่างรุนแรง เช่น ตกบันได เจาะเลือด หรือชนขอบโต๊ะ
  • ยาบางชนิด เช่น แอสไพริน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยากลุ่มสเตียรอยด์
  • ขาดสารอาหารบางอย่าง เช่น วิตามินซี
  • อายุเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผิวหนังมีความบอบบาง
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับวายหรือไตวายเรื้อรัง
  • การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น ไวรัสเดงกี
  • เกล็ดเลือดต่ำหรือเกล็ดเลือดทำงานผิดปกติ
  • มีความผิดปกติของระบบการแข็งตัวของเลือด

รอยช้ำ สัญญาณเตือนบอกโรค

รอยช้ำ อันตรายมากแค่ไหน

ส่วนใหญ่รอยช้ำที่เกิดจากการกระทบกระแทกหรืออุบัติเหตุจะสามารถหายเองได้ในระยะเวลา 2 สัปดาห์ จึงไม่มีความอันตราย

รอยช้ำแบบไหนที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา

หากรอยช้ำที่เกิดขึ้นไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดได้ หรือรอยช้ำที่มีขนาดใหญ่ เกิดบริเวณหลายตำแหน่งในร่างกาย คลำได้เป็นก้อนใต้ผิวหนัง เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน อาจมีเลือดออกผิดปกติบริเวณอื่นร่วมด้วย หรือมีอาการร่วมอื่น ๆ  เช่น ไข้สูง อ่อนเพลีย เจ็บบริเวณรอยช้ำเพิ่มมากขึ้น อาจจะต้องปรึกษาแพทย์เพื่อประเมิน วินิจฉัย และทำการรักษาต่อไป

รอยช้ำเสี่ยงโรคอะไรบ้าง

  • รอยช้ำที่เกิดขึ้นในบางครั้งอาจเป็นอาการที่บ่งบอกโรคหรือภาวะผิดปกติของร่างกายบางอย่างได้ โดยเฉพาะโรคในระบบเลือด หรือหลอดเลือด โดยโรคที่อาจเป็นไปได้ เช่น โรคเกล็ดเลือดต่ำ หรือมีภาวะเกล็ดเลือดทำงานผิดปกติ
  • ภาวะไขกระดูกทำงานบกพร่อง
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

รอยช้ำ สัญญาณเตือนบอกโรค

วิธีรักษารอยช้ำเบื้องต้น

รอยช้ำที่เกิดขึ้นหากมีอาการที่ไม่รุนแรงหรือผลข้างเคียงเกิดขึ้นสามารถรักษารอยช้ำเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง ดังนี้

  • ประคบเย็น

รอยช้ำที่เกิดภายใน 48 ชั่วโมงแรก จากการกระทบกระแทกควรประคบเย็นทันที โดยเอาน้ำแข็งใส่ถุงพลาสติกห่อด้วยผ้า แล้วนำมาประคบบริเวณที่มีรอยช้ำอย่างน้อย 20 นาที เนื่องจากความเย็นจะทำให้เลือดใต้ผิวหนังมีความแข็งตัว

  • ประคบร้อน

เมื่อระยะเวลาผ่านไป 2 วัน หลังจากการเกิดรอยช้ำสามารถประคบร้อนได้ โดยการใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาประคบในบริเวณที่มีรอยช้ำครั้งละ 10 นาที วันละ 2-3 ครั้ง เพื่อให้เลือดมีการไหลเวียนได้ดีขึ้นทำให้รอยช้ำหายเร็ว

  • รับประทานยาแก้ปวด

หากผู้ป่วยมีอาการปวดร่วมด้วยสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ เช่น ยาพาราเซตามอล

รอยช้ำที่เกิดขึ้นตามร่างกายอาจมีสาเหตุที่แน่ชัด เช่น การกระทบกระแทกสิ่งของหรือการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ซึ่งสามารถรักษาหายได้ด้วยการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและหายเองได้โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามหากรอยช้ำที่เกิดเป็นมากขึ้น หรือมีความผิดปกติร่วมดังที่กล่าวข้างต้น ควรเข้าพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

 

ข้อมูลจาก

ผศ. พญ.กชวรรณ บุญญวัฒน์

สาขาวิชาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

มหาวิทยาลัยมหิดล

ติดตาม Rama Channel เพื่อรับข้อมูลด้านสุขภาพเพิ่มเติมได้ที่ 
RAMA Channel

บทความที่เกี่ยวข้อง

Tranexamic acid จาก ยาห้ามเลือด สู่ ยาแก้ฝ้า สิ่งที่ต้องรู้ก่อนใช้!
Tranexamic acid จากยาห้ามเลือดถูกนำมาใช้ลดฝ้าได้จริง แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธี รู้กลไกการออกฤทธิ์ ข้อควรระวัง และใครบ้างที่ไม่ควรใช้ก่อนตัดสินใจ
บทความสุขภาพ
12-01-2026

0

Fracture กระดูกหัก
Fracture คือภาวะกระดูกหักที่เกิดได้จากอุบัติเหตุหรือการหกล้ม รู้สัญญาณสำคัญ วิธีสังเกตอาการ และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ช่วยลดความเจ็บ
บทความสุขภาพ
05-01-2026

0

Heart Rate อัตราการเต้นของหัวใจ สำคัญอย่างไรต่อสุขภาพ ?
Heart Rate หรืออัตราการเต้นของหัวใจเป็นตัวชี้วัดสำคัญของสุขภาพ ช่วยบอกความฟิตของร่างกายและความเสี่ยงโรคหัวใจ รู้ค่าปกติและวิธีดูแลให้หัวใจ
บทความสุขภาพ
29-12-2025

0

ขาโก่ง เกิดจากอะไร รู้ก่อนสาย ป้องกันได้ตั้งแต่เด็ก
ขาโก่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งพันธุกรรม ขาดวิตามินดี หรือท่าทางการเดินที่ผิด รู้ทันตั้งแต่เด็กช่วยป้องกันและแก้ไขได้ก่อนกระทบการเจริญเติบโต
บทความสุขภาพ
24-12-2025

1