โรคเอสแอลอี โรคที่เราไม่ควรมองข้าม
หน้าแรก
โรคเอสแอลอี โรคที่เราไม่ควรมองข้าม ตอนที่ 2

โรคเอสแอลอี โรคที่เราไม่ควรมองข้าม ตอนที่ 2

หลังจากเมื่อวานนี้เราได้รับทราบความหมาย กลุ่มเสี่ยง และสาเหตุของการเกิดโรคเอสแอลอี กันไปแล้ว ถ้างั้นอย่ารอช้า…เรามาเรียนรู้กันต่อกับเรื่องของ อาการ วิธีสังเกตอาการ และการรักษาโรคเอสแอลอี กันเลยดีกว่า

อาการและอาการแสดง

เนื่องจากเป็นโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของระบบภูมิต้านทาน โรคเอสแอลอี จึงมีอาการแสดงออกได้หลากหลายขึ้นอยู่กับว่าภูมิต้านทานที่ผิดปกตินั้นไปต่อต้านหรือเป็นพิษ ต่อเนื้อเยื่อของอวัยวะส่วนใดของร่างกาย อาการอาจมีเพียงบางระบบหรือหลายระบบร่วมกัน มีตั้งแต่อาการเพียงเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตได้ อาการของแต่ละระบบอาจแสดงออกมาในเวลาเดียวกัน หรือเกิดขึ้นในช่วงต่อมาของการดำเนินโรค อาการจึงมีระยะทุเลา ทรุดลง หรือกำเริบได้ตลอดเวลา

ตัวอย่างของอาการบางส่วนที่พบได้

  • อาการทั่วไป มีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
  • อาการทางผิวหนัง มีผื่นเฉพาะโรค เป็นรูปผีเสื้อตั้งแต่สันจมูกไปสู่โหนกแก้มผื่นวงแดงตามใบหน้า หนังศีรษะ และใบหู แผลที่เพดานปากเป็นๆ หายๆ และอาการทางผิวอื่นๆ ที่พบได้บ่อย คือ ผมร่วง ผื่นตามตัวตามเท้าทั่วไปจากการแพ้แสงแดด ปลายมือปลายเท้าซีด
  • อาการทางข้อ จะมีอาการปวดข้อมากกว่าลักษณะอักเสบ มักเป็นที่ข้อ เข่า ข้อนิ้วมือ ข้อที่เหมือนกันทั้งสองข้างคล้ายการอักเสบจากรูมาตอยด์ แต่จะต่างกันตรงที่อาการทางข้อของเอส แอล อี ไม่มีอาการการกัดกร่อนของข้อ

แม้ว่าโรคเอสแอลอี จะมีอาการได้มากมาย แต่ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องมีอาการครบทุกระบบ ความรุนแรงของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น มีผื่น มีไข้ บางคนอาจมีอาการปวดข้ออย่างเดียว แต่บางคนมีอาการมากดังกล่าวข้างต้น

จะทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคนี้

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการดังกล่าวข้างต้นร่วมกับอาการเฉพาะโรค และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น ตรวจเลือด และเอ็กซ์เรย์ บางรายอาจต้องตัดเนื้อเยื่อไปตรวจเพื่อประกอบการวินิจฉัย

การรักษา

เนื่องจากโรคนี้ผู้ป่วยแต่ละรายมีความรุนแรงต่างกัน การรักษาจึงแตกต่างกันได้มากมายขึ้นกับอาการที่มี บางรายอาจให้เพียงยาแก้ปวดเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามการรักษาจะเน้นการควบคุมการกำเริบของโรคให้สงบโดยเร็ว และรักษาต่อเนื่องเพื่อมิให้โรคกำเริบอีก

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงขึ้นแพทย์จะให้ยาสเตียรอยด์ เช่น เพรดนิโซโลน ตั้งแต่ขนาดต่ำจนถึงขนาดสูงติดต่อกันเป็นเวลานานเป็นสัปดาห์ หรือหลายเดือนขึ้นอยู่กับความรุนแรงและอวัยวะที่มีการอักเสบ บางรายอาจต้องให้ยาอื่นร่วมด้วย เช่น ยารักษาโรคมะเร็งบางชนิด ยากดภูมิคุ้มกัน บางรายอาจจำเป็นต้องใช้วิธีการเปลี่ยนถ่ายเลือดร่วมในการรักษาขึ้นอยุ่กับความรุนแรง และระบบอวัยวะที่มีการอักเสบ

ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ผู้ป่วยเอสแอลอี มีชีวิตยืนยาวขึ้นเพราะมียาปฏิชีวนะ และยาลดความดันโลหิตที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วยมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลโรคนี้มากขึ้น

สรุปโรคเอส แอล อี หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง

เป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่มีปัจจัยที่กระตุ้นให้โรคกำเริบได้ แม้โรคจะยังรักษาไม่หาย แต่การปฏิบัติตัวที่ดีของผู้ป่วย การให้ความร่วมมือในการรักษา ความตั้งใจและอดทน จะสามารถควบคุมการกำเริบของโรคได้ ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข หากท่านสงสัยว่าเป็นโรคนี้ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรกๆ

 

ข้อมูลจาก
งานการพยาบาลป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ ภาควิชาพยาบาลศาสตร์
และผศ. นพ.กิตติ โตเต็มโชคชัยการ หน่วยโรคภูมิแพ้อิมมูโนวิทยาและโรคข้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
มหาวิทยาลัยมหิดล

RAMA Channel

บทความที่เกี่ยวข้อง

Pap Smear ตรวจภายใน ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด!
Pap Smear คือการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่ใช้เวลาไม่นานและไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ช่วยตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก ป้องกันโรคร้าย
บทความสุขภาพ
26-01-2026

0

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ปล่อยไว้ เสี่ยงอัมพาตไม่รู้ตัว
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหากปล่อยไว้อาจทำให้เส้นประสาทถูกทำลาย เกิดอ่อนแรง ชาเรื้อรัง หรือทุพพลภาพระยะยาว รู้สัญญาณเตือนและรีบรักษา
บทความสุขภาพ
24-01-2026

1

Parkinson’s-Disease โรคพาร์กินสัน
Parkinson’s Disease คือโรคทางระบบประสาทที่ทำให้เกิดอาการสั่น เคลื่อนไหวช้า และทรงตัวลำบาก รู้สัญญาณเตือนระยะแรกและแนวทางดูแล
บทความสุขภาพ
19-01-2026

0

หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ภัยเงียบตัวร้าย อันตรายถึงชีวิต
หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองเป็นภัยเงียบที่มักไม่แสดงอาการ แต่หากแตกอาจอันตรายถึงชีวิต รู้สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และสัญญาณเตือน เพื่อรีบตรวจและรักษา
บทความสุขภาพ
15-01-2026

0