ไม่ต้องผ่าตัด ก็สามารถ เปลี่ยนลิ้นหัวใจ ได้
หน้าแรก
ไม่ต้องผ่าตัด ก็สามารถเปลี่ยนลิ้นหัวใจได้

ไม่ต้องผ่าตัด ก็สามารถเปลี่ยนลิ้นหัวใจได้

เปลี่ยนลิ้นหัวใจ ไม่ต้องผ่าตัด ก็สามารถเปลี่ยนได้ ปัจจุบันการรักษามีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเทคโนโลยีทดแทนการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องเปิดหน้าอก มีความแม่นยำปลอดภัย และให้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการผ่าตัด ลดระยะเวลาการพักฟื้นให้เหลือน้อยลง อีกทั้งยังมีความเสี่ยงและผลข้างเคียงน้อยกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับการผ่าตัดแบบดั้งเดิม

เปลี่ยนลิ้นหัวใจ ไม่ต้องผ่าตัด รักษาอะไร

การเปลี่ยนลิ้นหัวใจโดยไม่ต้องผ่าตัด ช่วยในการรักษาภาวะลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ (Aortic valve stenosis) โดยลิ้นนี้เปรียบเสมือนประตูทางออกของหัวใจ ระหว่างหัวใจห้องซ้ายกับร่างกายทั้งหมด เกิดจากอายุที่มากขึ้นหรือโรคบางโรคที่ทำให้ลิ้นหัวใจหนาขึ้นหรือแข็งขึ้น ส่งผลให้ไม่สามารถเปิดออกได้อย่างที่ควรจะเป็นหรือมีภาวะตีบ ทำให้เลือดที่ไหลเวียนผ่านลิ้นนี้มีปัญหา ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักตามมา และเกิดผลกระทบอื่น ๆ ที่เป็นปัญหาต่อร่างกาย

อาการของภาวะลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ

อาการของภาวะลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ ได้แก่ เหนื่อยหรืออาการน้ำท่วมปอด หน้ามืดเป็นลมตอนออกกำลังกาย และอาการแน่นหน้าอก ผู้ป่วยอาจมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือมีอาการครบทั้ง 3 อาการ โดยผู้ป่วยทั่วไปมักไม่มีอาการในระยะเบื้องต้น แต่จะมีอาการเมื่อลิ้นหัวใจตีบมาก หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำการรักษาตั้งแต่ระยะเบื้องต้น จะส่งผลให้ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตได้ภายในเวลาอันสั้น จึงควรรีบรักษาตั้งแต่เริ่มตีบระยะแรก

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ

จากที่กล่าวมาจะเห็นว่าภาวะนี้ไม่มีอาการแสดงในระยะเบื้องต้น แต่จะสามารถรู้ได้จากการซักประวัติร่วมกับการตรวจร่างกาย และพบว่าเสียงหัวใจมีความผิดปกติค่อนข้างชี้เฉพาะ กระทั่งได้รับการตรวจเพิ่มเติมด้วยการทำอัลตร้าซาวด์เอคโคคาดิโอแกรมด้วยคลื่นความถี่สูง เพื่อดูว่าลิ้นหัวใจตีบมากน้อยแค่ไหน โดยจะมีพารามิเตอร์เป็นตัวบ่งชี้ว่าลิ้นหัวใจมีภาวะตีบที่ควรได้รับการรักษา ซึ่งในอดีตสามารถรักษาได้โดยการผ่าตัดเปิดหน้าอกเพื่อเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ซึ่งจะทำการเลาะลิ้นหัวใจที่ตีบออกแล้วเอาลิ้นหัวใจใหม่ใส่เข้าไปแทน

หลักการเปลี่ยนลิ้นหัวใจแบบไม่ผ่าตัด

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการรักษาแบบใหม่ เพื่อเปลี่ยนลิ้นหัวใจแบบไม่ต้องผ่าตัดด้วยการใช้สายสวน หลักการคล้ายกับการทำบอลลูนหัวใจ โดยลิ้นหัวใจจะมีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งพับอยู่ทางด้านบนของบอลลูนเพื่อให้มีขนาดเล็ก จากนั้นทำการสอดเข้าไปในเส้นเลือดแดงที่ขา (หากเส้นเลือดแดงที่ขามีขนาดใหญ่พอ) จากนั้นนำลิ้นหัวใจใหม่ขึ้นไปทางหลอดเลือดแดงใหญ่แล้วไปที่ลิ้นหัวใจเดิม ซึ่งจะทำการใส่ลิ้นหัวใจใหม่เข้าไปทับหรือแทนที่ลิ้นหัวใจเดิม โดยไม่ต้องเอาลิ้นหัวใจเดิมออก ทำให้การรักษาด้วยวิธีนี้ต้องรู้ขนาดของลิ้นหัวใจเดิมก่อน เพื่อที่จะเลือกขนาดของลิ้นหัวใจใหม่เข้าไปแทนที่ และทำการเปิด-ปิดได้อย่างเหมาะสม

การรักษาด้วยวิธีนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง กรณีที่การรักษาไม่มีปัญหา โดยจะให้ผู้ป่วยดมยาสลบก่อนทำการรักษา ยกเว้นในบางกรณีอาจไม่ต้องดมยาสลบ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ การปฏิบัติการจะทำในห้องผ่าตัดไฮบริด (Hybrid Operating Room) ก่อนทำการรักษาแพทย์จะให้คนไข้นอนโรงพยาบาลก่อน 1 วันแล้วทำการเปลี่ยนลิ้นหัวใจในวันรุ่งขึ้น หลังจากทำการรักษาแล้ว แพทย์จะให้คนไข้พักฟื้นต่อที่โรงพยาบาลอีก 3-4 วัน

ผลการรักษาด้วยวิธีเปลี่ยนลิ้นหัวใจแบบใช้สายสวน

ผลการรักษาจะเทียบเท่ากับการผ่าตัด โดยที่คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บ และสามารถเคลื่อนไหวได้ค่อนข้างทันทีหลังจากทำการรักษา มีระยะการพักฟื้นที่น้อยกว่าการผ่าตัดแบบดั้งเดิม และไม่ต้องมีแผลเป็นจากการผ่าตัดใหญ่ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

ข้อดีของการใช้สายสวนเปรียบเทียบกับการผ่าตัด

ขั้นตอนการรักษาไม่ยุ่งยาก เหมาะสำหรับผู้สูงอายุหรือคนไข้ที่มีความเสี่ยงปานกลางถึงสูงจากการผ่าตัดแบบดั้งเดิม ระยะพักฟื้นและอาการเจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดแบบดั้งเดิม

ข้อด้อยของการใช้สายสวนเปรียบเทียบกับการผ่าตัด

เนื่องจากยังเป็นวิธีที่ใหม่ ทำให้ความคงทนของลิ้นหัวใจแบบสอดยังไม่มีข้อมูลมากนัก หรือยังไม่มีอายุเกิน 10-15 ปี  หลังใส่ลิ้นหัวใจใหม่เข้าไป มีโอกาสร้อยละ 10 ที่อาจต้องใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ เนื่องจากลิ้นหัวใจที่ใส่เข้าไปอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นช้าลง

 

ข้อมูลจาก
อ. นพ.แมน จันทวิมล
สาขาวิชาโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
มหาวิทยาลัยมหิดล


คลิกชมคลิปรายการ “การเปลี่ยนลิ้นหัวใจโดยไม่ต้องผ่าตัด : พบหมอรามา ช่วง Meet The Expert” ได้ที่นี่

ติดตาม Rama Channel เพื่อรับข้อมูลด้านสุขภาพเพิ่มเติมได้ที่ 

Website Ramathibodi: https://www.rama.mahidol.ac.th/
Youtube: RAMA Channel
Facebook: รามาแชนแนล Rama Channel 
LINE: Ramathibodi
Tiktok: ramachanneltv รามาแชนแนล ช่องของคนรักสุขภาพ

RAMA Channel

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามัวตอนแก่ ไม่ใช่แค่ต้อกระจก! ระวัง “โรคจุดรับภาพเสื่อมในผู้สูงอายุ
ตามัวในผู้สูงอายุอาจไม่ใช่แค่ต้อกระจก แต่อาจเป็นสัญญาณของโรคจุดรับภาพเสื่อม ซึ่งกระทบการมองเห็นส่วนกลางอย่างรุนแรง รู้ทันอาการและรีบตรวจตาก่อน
บทความสุขภาพ
02-02-2026

0

ยาคาร์โบซิสเทอีน (Carbocysteine) ตัวยาบรรเทาอาการไอ ละลายเสมหะ
Carbocysteine คือยาละลายเสมหะที่ช่วยลดความเหนียวของเสมหะ บรรเทาอาการไอและช่วยให้ขับเสมหะออกได้ง่ายขึ้น รู้วิธีใช้ ข้อควรระวัง
บทความสุขภาพ
27-01-2026

0

Pap Smear ตรวจภายใน ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด!
Pap Smear คือการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่ใช้เวลาไม่นานและไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ช่วยตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก ป้องกันโรคร้าย
บทความสุขภาพ
26-01-2026

0

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ปล่อยไว้ เสี่ยงอัมพาตไม่รู้ตัว
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหากปล่อยไว้อาจทำให้เส้นประสาทถูกทำลาย เกิดอ่อนแรง ชาเรื้อรัง หรือทุพพลภาพระยะยาว รู้สัญญาณเตือนและรีบรักษา
บทความสุขภาพ
24-01-2026

1