โรคเมลิออยโดสิส-โรคติดเชื้อที่มาพร้อมสายฝน1
หน้าแรก
โรคเมลิออยโดสิส โรคติดเชื้อที่มาพร้อมสายฝน

โรคเมลิออยโดสิส โรคติดเชื้อที่มาพร้อมสายฝน

โรคเมลิออยโดสิส เป็นโรคติดเชื้อที่หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อ แต่กลับเป็นภัยเงียบที่ซ่อนตัวอยู่ในดินและแหล่งน้ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่สภาพแวดล้อมเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเชื้อโรคชนิดนี้เป็นอย่างมาก โรคนี้พบได้บ่อยในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกรหรือผู้ที่ต้องสัมผัสกับดินและน้ำเป็นประจำ แม้จะดูเหมือนโรคไกลตัว แต่หากไม่ระวังหรือไม่รู้เท่าทัน อาจทำให้เกิดอาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

บทความนี้จะพามาทำความรู้จักกับโรคเมลิออยโดสิสให้มากขึ้น ทั้งสาเหตุ อาการ การแพร่เชื้อ กลุ่มเสี่ยง แนวทางการรักษา และวิธีป้องกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถดูแลสุขภาพตนเองและคนรอบข้างได้อย่างมั่นใจในช่วงหน้าฝนนี้

โรคเมลิออยโดสิส คืออะไร

โรคเมลิออยโดสิส คืออะไร

เมลิออยโดสิส (melioidosis) หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ “โรคไข้ดิน” เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรียชนิด Burkholderia pseudomallei พบได้มากในดินและแหล่งน้ำโดยเฉพาะในพื้นที่เขตร้อนอย่างประเทศไทย เชื้อนี้สามารถอยู่รอดในสภาพแวดล้อมธรรมชาติได้นานหลายปี พบเมลิออยโดสิสได้ทั่วประเทศไทยโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ดินและน้ำเฉอะแฉะ เอื้อต่อการแพร่กระจายของเชื้อ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้

อาการของโรคเมลิออยโดสิส สังเกตให้ดีอย่าชะล่าใจ

อาการของเมลิออยโดสิสมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เชื้อเข้าไปในร่างกายและภูมิคุ้มกันของแต่ละคน ในระยะแรกอาจมีเพียงไข้สูง หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย หรืออาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ หากเชื้อเข้าสู่ปอด อาจเกิดปอดบวม หายใจเหนื่อย ไอเรื้อรัง หรือไอเป็นเลือด หากติดเชื้อทางผิวหนัง จะพบตุ่ม แผล หรือฝีที่มีหนอง ส่วนในรายที่รุนแรง เชื้อสามารถลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ทำให้ความดันเลือดต่ำ หัวใจเต้นเร็ว หรือเกิดภาวะช็อก ซึ่งต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลทันที ความยากของการวินิจฉัยโรคนี้คือมีอาการคล้ายคลึงกับการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่น  นอกจากนี้วิธีการตรวจเพื่อค้นหาเชื้อ Burkholderia pseudomallei ให้พบนั้นบางครั้งไม่สามารถตรวจได้จากการตรวจเลือดเพียงอย่างเดียว  ต้องใช้การตรวจรังสีวิทยาร่วมด้วยเพื่อค้นหาฝีหนองที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ ดังนั้นหากมีอาการผิดปกติดังกล่าวข้างต้น โดยเฉพาะหลังการสัมผัสดินหรือแหล่งน้ำ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยให้แน่ชัด

การแพร่เชื้อของเมลิออยโดสิส เข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร ?

เชื้อแบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง ซึ่งวิธีที่พบได้บ่อย ได้แก่

  1. ทางบาดแผลหรือผิวหนังที่มีรอยถลอก หากเดินลุยน้ำหรือทำงานในดินโคลนโดยไม่สวมรองเท้าหรือถุงมือ
  2. ทางการหายใจ เช่น การสูดดมละอองฝุ่น ละอองน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ
  3. ทางการกิน ดื่มน้ำหรืออาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ 

การติดเชื้อทางผิวหนังเป็นช่องทางที่พบมากที่สุดในกลุ่มเกษตรกร ผู้ทำงานเกี่ยวกับดินน้ำ การสัมผัสเชื้อเพียงเล็กน้อยอาจไม่ก่อโรคทันที แต่ถ้าร่างกายอ่อนแอหรือมีโรคประจำตัวจะเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงมากขึ้น

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

แม้เมลิออยโดสิสสามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย แต่บางกลุ่มมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ได้แก่

  • ผู้ที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับดินและน้ำ เช่น เกษตรกร ชาวนา ชาวไร่
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะผู้เป็นเบาหวาน ซึ่งพบว่าเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า
  • ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ที่ได้รับยากดภูมิ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีบาดแผล หรือผิวหนังไม่สมบูรณ์

การวินิจฉัยโรคเมลิออยโดสิส

วินิจฉัยจากอาการของผู้ป่วย ตรวจเลือดและสารคัดหลั่งเพื่อไปเพาะเชื้อ การตรวจทางรังสีวิทยาเพื่อค้นหาฝีหนองที่เกิดจากโรคนี้ซึ่งพบบ่อยที่ตับ ม้าม นอกจากนี้ต้องสอบถามแหล่งที่อยู่อาศัยของผู้ป่วย เพื่อเป็นแนวทางในการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องและแม่นยำ

วิธีรักษา

  • ฉีดยาปฏิชีวนะต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์แรกและกินยาปฏิชีวนะต่อประมาณ 3 เดือน

วิธีป้องกันโรคเมลิออยโดสิส

แม้เมลิออยโดสิสจะพบได้บ่อยในฤดูฝน แต่สามารถป้องกันได้หากรู้จักวิธีดูแลตนเอง

  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง เมื่อทำงานหรือสัมผัสดิน โคลน น้ำขัง
  • ล้างมือและเท้าให้สะอาด หลังทำกิจกรรมกลางแจ้ง
  • ดูแลบาดแผลให้สะอาด ปิดแผลให้มิดชิด หลีกเลี่ยงการลุยน้ำหรือดินขณะมีแผล
  • หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรือกินอาหารที่ไม่สะอาด
  • ผู้เป็นเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลให้ดี เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน

เมลิออยโดสิส คือ โรคติดเชื้อที่หลายคนอาจไม่รู้จัก แต่กลับแฝงตัวอยู่ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในฤดูฝนที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อ หากได้รับเชื้อแล้วอาการอาจลุกลามรวดเร็วและอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นการรู้เท่าทัน สังเกตอาการ และป้องกันตนเองตั้งแต่เนิ่น ๆ คือวิธีที่ดีที่สุดที่จะลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยจากโรคนี้ในช่วงฤดูฝนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีอาการน่าสงสัย ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็วเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องและทันเวลา

 

ข้อมูลจาก

ผศ. นพ.ประวัฒน์ จันทฤทธิ์
สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

 

ติดตาม Rama Channel เพื่อรับข้อมูลด้านสุขภาพเพิ่มเติมได้ที่ 

Website Ramathibodi: https://www.rama.mahidol.ac.th/
Youtube: RAMA Channel
Facebook: รามาแชนแนล Rama Channel
LINE: Ramathibodi
Tiktok: ramachanneltv รามาแชนแนล ช่องของคนรักสุขภาพ

RAMA Channel

บทความที่เกี่ยวข้อง

Tranexamic acid จาก ยาห้ามเลือด สู่ ยาแก้ฝ้า สิ่งที่ต้องรู้ก่อนใช้!
Tranexamic acid จากยาห้ามเลือดถูกนำมาใช้ลดฝ้าได้จริง แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธี รู้กลไกการออกฤทธิ์ ข้อควรระวัง และใครบ้างที่ไม่ควรใช้ก่อนตัดสินใจ
บทความสุขภาพ
12-01-2026

0

Fracture กระดูกหัก
Fracture คือภาวะกระดูกหักที่เกิดได้จากอุบัติเหตุหรือการหกล้ม รู้สัญญาณสำคัญ วิธีสังเกตอาการ และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ช่วยลดความเจ็บ
บทความสุขภาพ
05-01-2026

0

Heart Rate อัตราการเต้นของหัวใจ สำคัญอย่างไรต่อสุขภาพ ?
Heart Rate หรืออัตราการเต้นของหัวใจเป็นตัวชี้วัดสำคัญของสุขภาพ ช่วยบอกความฟิตของร่างกายและความเสี่ยงโรคหัวใจ รู้ค่าปกติและวิธีดูแลให้หัวใจ
บทความสุขภาพ
29-12-2025

0

ขาโก่ง เกิดจากอะไร รู้ก่อนสาย ป้องกันได้ตั้งแต่เด็ก
ขาโก่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งพันธุกรรม ขาดวิตามินดี หรือท่าทางการเดินที่ผิด รู้ทันตั้งแต่เด็กช่วยป้องกันและแก้ไขได้ก่อนกระทบการเจริญเติบโต
บทความสุขภาพ
24-12-2025

1