โรคเบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังที่แม้การรักษาในปัจจุบันจะก้าวหน้ามาก แต่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เป้าหมายสำคัญของการดูแลจึงอยู่ที่การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงค่าปกติอย่างสม่ำเสมอเพื่อชะลอและ ป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว[1]
สรุปข้อมูลสำคัญ
- กลุ่มยา : ฮอร์โมนควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด (Antidiabetic hormone)
- ข้อบ่งใช้ทั่วไป : ใช้กับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ด้วยยาเม็ดหรือการปรับพฤติกรรม
- รูปแบบยา : ยาฉีดใต้ผิวหนัง ยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ(กรณีผู้ป่วยในโรงพยาบาล)
- ข้อควรระวังหลัก : เสี่ยงเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ต้องเก็บรักษาอุณหภูมิให้เหมาะสม ต้องฉีดให้ถูกตำแหน่งและหมุนเวียนจุดฉีด
อินซูลิน (Insulin) ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
เมื่อพูดถึงโรคเบาหวาน หลายคนมักนึกถึงการงดอาหารหวาน การควบคุมอาหาร หรือการรับประทานยา แต่สิ่งหนึ่ง ที่มักถูกกล่าวถึงเสมอคือ “อินซูลิน” ซึ่งบางคนอาจรู้สึกกังวลเพราะต้องฉีดยาด้วยตนเอง ความจริงแล้วอินซูลินไม่ใช่ สิ่งที่น่ากลัว แต่เป็นยาสำคัญที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานจำนวนมากสามารถใช้ชีวิตได้ อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ใครบ้างที่ต้องใช้อินซูลิน
- ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ร่างกายไม่สามารถสร้างอินซูลินได้เลย จึงจำเป็นต้องใช้อินซูลินตั้งแต่เริ่มต้น
- ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ร่างกายยังสามารถสร้างอินซูลินได้ แต่ใช้ได้ไม่ดีหรือสร้างได้ไม่เพียงพอ เมื่อการดำเนินของโรคมากขึ้น อาจจำเป็นต้องใช้อินซูลินช่วยควบคุมระดับน้ำตาล
ทำไมอินซูลินแต่ละแบบถึงใช้แตกต่างกัน
เนื่องจากอินซูลินมีหลายประเภท อินซูลินสามารถแบ่งตามการออกฤทธิ์ได้เป็นห้ากลุ่ม ได้แก่ ชนิดออกฤทธิ์เร็วมาก, ชนิดออกฤทธิ์สั้น, ชนิดออกฤทธิ์ปานกลาง ,ชนิดออกฤทธิ์ยาวและชนิดออกฤทธิ์ผสม อินซูลินออกฤทธิ์เร็วมาก ใช้ควบคุมน้ำตาลหลังอาหาร, อินซูลินออกฤทธิ์ปานกลางหรืออินซูลินออกฤทธิ์ยาว ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลตลอดวัน แพทย์จะเลือกชนิด และวิธีการใช้ให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน บางคนอาจฉีดวันละครั้ง บางคนอาจต้องฉีดมากกว่านั้น
วิธีเก็บรักษาอินซูลินให้ปลอดภัย
- อินซูลินที่ยังไม่เปิดใช้ เก็บในตู้เย็นช่องธรรมดา โดยวางไว้ที่ชั้นตรงกลางของตู้เย็น ห้ามเก็บในช่องแช่แข็ง หรือบริเวณฝาตู้เย็น เพราะอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมจะทำให้ยาเสื่อมสภาพ หากไม่มีตู้เย็น สามารถใส่ อินซูลินในภาชนะกันน้ำ แล้วแช่ในกระติกน้ำแข็ง หรือเก็บไว้ในโอ่งน้ำเพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิ
- อินซูลินที่เปิดใช้แล้ว เก็บไว้นอกตู้เย็นได้ แต่ต้องหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีความร้อนหรือแสงแดดส่องถึง โดยทั่วไปสามารถใช้งานได้นาน 28-42 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของอินซูลิน
- สิ่งที่ต้องระวัง คือ ต้องตรวจสอบวันหมดอายุ และสังเกตลักษณะของอินซูลินเสมอ หากพบว่ามีตะกอน สีเปลี่ยนไป หรือมีลักษณะผิดปกติ ห้ามนำมาใช้
เคล็ดลับการพกพาอินซูลิน
เมื่อต้องเดินทาง ควรพกอินซูลินไว้ในกระเป๋าที่ติดตัวเสมอ และหลีกเลี่ยงการเก็บไว้ในบริเวณที่ มีอุณหภูมิสูง เช่น ช่องเก็บของท้ายรถ ใต้ท้องเครื่องบิน หรือกระเป๋าเสื้อที่แนบกับร่างกาย เป็นต้น เพราะความร้อนอาจทำให้ อินซูลินเสื่อมคุณภาพและออกฤทธิ์ไม่เต็มที่
การฉีดอินซูลินที่ถูกต้อง
ตำแหน่งที่นิยมใช้ฉีดอินซูลินมี 4 บริเวณหลัก ได้แก่ หน้าท้อง (ห่างจากสะดือ 1-2 นิ้ว) ต้นแขนด้านหลังส่วนบน (ช่วงกึ่งกลางระหว่างไหล่และข้อศอก) ต้นขาด้านหน้า-ข้าง สะโพกส่วนบน (ดูดซึมช้าที่สุด) [3]
หลักการสำคัญในการฉีดอินซูลิน
ควรเลือกฉีดในบริเวณเดียวกันของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น บริเวณหน้าท้อง เป็นต้น เพื่อให้อินซูลินออกฤทธิ์ ใกล้เคียงกันทุกวัน และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น
- การหมุนเวียนตำแหน่งฉีด หมุนเปลี่ยนจุดฉีดภายในบริเวณที่เลือก เช่น หากเลือกหน้าท้อง ให้สลับตำแหน่งไปเรื่อย ๆ โดยแต่ละจุดห่างกันประมาณ 1 นิ้ว
- หลีกเลี่ยงการฉีดใกล้สะดือ โดยเว้นระยะห่างประมาณ 1–2 นิ้ว
- ไม่ควรฉีดซ้ำตำแหน่งเดิมทุกวัน เพราะอาจทำให้เกิดก้อนไขมันสะสม
อาการไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อยจากการใช้อินซูลิน
สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลิน การเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำถือเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย และต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก หากภาวะนี้เกิดขึ้น และไม่รีบแก้ไขอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้
อะไรคือสัญญาณเตือนการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
เมื่อเริ่มเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ อาการในระยะแรกที่ควรสังเกต ได้แก่ ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออก มือสั่น รู้สึกหิวมากกว่าปกติ ร้อนวูบวาบ วิตกกังวล หรือกระสับกระส่ายผิดปกติ บางคนอาจรู้สึกคลื่นไส้ หรือมีอาการชาแปลบ ๆ บริเวณปาก ลิ้น แก้ม ปลายมือและปลายเท้า
หากปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำต่อไปโดยไม่แก้ไข สมองซึ่งเป็นอวัยวะที่ต้องการน้ำตาลเป็นพลังงานหลัก จะเริ่มทำงานผิดปกติ อาจมีอาการมึนงง ปวดศีรษะ สับสน ไม่มีสมาธิ มองเห็นภาพพร่ามัว พูดจาช้าลง หรือตอบสนอง ต่อสิ่งรอบตัวช้ากว่าปกติ บางคนอาจดูง่วงซึม หลงลืม หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ในกรณีที่รุนแรงมาก อาจเกิดภาวะแขนขาอ่อนแรง ชักเกร็ง หมดสติ หรือเสียชีวิตได้ ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่นหรือบุคลากรทางการแพทย์ทันที
น้ำตาลในเลือดต่ำ เกิดจากอะไร
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด มาจากการฉีดอินซูลินหรือรับประทานยารักษาเบาหวานในปริมาณที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการรับประทานอาหารน้อยกว่าปกติ การข้ามมื้ออาหาร การออกกำลังกายหนักหรือนานกว่าที่เคยทำ รวมทั้งการดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะในขณะท้องว่าง
วิธีช่วยเหลือเบื้องต้น
- หากยังรู้สึกตัวดีและสามารถกลืนอาหารได้ ให้รีบรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลทันที เช่น น้ำหวาน น้ำผลไม้ ลูกอม หรือน้ำตาลทราย 1-2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ อาการจะดีขึ้นภายใน 15-20 นาที
- รอ 15 นาที วัดระดับน้ำตาลในเลือดอีกครั้ง หากน้ำตาลต่ำกว่า 70 มิลลิกรัม/เดซิลิตร อาการยังไม่ดีขึ้น ให้รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลซ้ำอีกครั้ง พร้อมทั้งติดตามอาการ จนกว่าระดับน้ำตาลจะกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย
- เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว หากใกล้เวลาอาหารมื้อหลักควรรับประทานอาหารตามปกติทันที แต่ถ้ายังต้องรออาหาร มื้อหลักอีกนาน ควรรับประทานอาหารว่างที่มีทั้งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนร่วมกัน เช่น ขนมปังกับนม หรือข้าวกล้องกับไข่ เป็นต้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะน้ำตาลต่ำซ้ำอีก
- ในกรณีที่ผู้ป่วยหมดสติ มีอาการชัก สิ่งสำคัญที่สุด คือ ห้ามป้อนอาหารหรือเครื่องดื่มทางปากเด็ดขาด เพราะอาจทำให้สำลักและเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ให้รีบเรียกบุคลากรทางการแพทย์หรือนำส่งโรงพยาบาล โดยเร็วที่สุด
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำป้องกันได้ง่าย ๆ
ผู้ป่วยเบาหวานที่ฉีดอินซูลินควรพกลูกอมหรือน้ำหวานติดตัวไว้เสมอ และควรแจ้งให้คนในครอบครัว หรือคนใกล้ชิด ทราบถึงอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ พร้อมทั้งวิธีการช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อสามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน การดูแลตนเองอย่างใกล้ชิด การรับประทานอาหารให้ตรงเวลา และตรวจวัดระดับน้ำตาล ในเลือดเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถควบคุม ระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงค่าปกติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อชะลอและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว ของโรคเบาหวาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอินซูลิน
Q: เริ่มใช้อินซูลินแล้วต้องใช้ตลอดชีวิตไหม ?
A: ขึ้นอยู่กับชนิดของโรคเบาหวานและการประเมินของแพทย์ ผู้ป่วยบางรายอาจใช้อินซูลินเพียงช่วงหนึ่ง แล้วสามารถกลับไปควบคุมด้วยยาเม็ดและการปรับพฤติกรรมได้
Q: กลัวฉีดยา ควรทำอย่างไร ?
A: ปัจจุบันมีปากกาอินซูลินที่ใช้งานง่าย เข็มเล็ก เจ็บน้อย และมีบุคลากรทางการแพทย์คอยสอนวิธีฉีดอย่างถูกต้องจนมั่นใจ
Q: ถ้าฉีดอินซูลินแล้วลืมกินข้าว จะอันตรายไหม ?
A: อาจเสี่ยงเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ หากรู้ตัวว่าลืมกินข้าว ควรรีบรับประทานอาหารหรือของว่างที่มีคาร์โบไฮเดรต และสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด
Q: ผู้ที่ใช้อินซูลินสามารถออกกำลังกายได้หรือไม่ ?
A: สามารถออกกำลังกายได้ และเป็นสิ่งที่ดีต่อการควบคุมโรค แต่ควรวางแผนเวลาออกกำลังกายให้เหมาะสม ไม่หักโหม และพกของหวานติดตัวเผื่อกรณีเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ
ข้อมูลจาก
ภญ.นันทพร เล็กพิทยา และ ภญ.เบญญาภา เพชรปวรรักษ์
งานเภสัชกรรมคลินิก ฝ่ายเภสัชกรรม
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ติดตาม Rama Channel เพื่อรับข้อมูลด้านสุขภาพเพิ่มเติมได้ที่
Website Ramathibodi: https://www.rama.mahidol.ac.th/
Youtube: RAMA Channel
Facebook: รามาแชนแนล Rama Channel
LINE: Ramathibodi
Tiktok: ramachanneltv รามาแชนแนล ช่องของคนรักสุขภาพ
เอกสารอ้างอิง
- จิระวัฒนะ รัตนาภรณ์. การเตรียมความพร้อมและส่งเสริมผู้เป็นเบาหวานในการฉีดอินซูลิน. ใน: งานการพยาบาลอายุรศาสตร์ ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล; 2562 [สืบค้นเมื่อ 23 ม.ค. 2569].
- สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2566. กรุงเทพมหานคร: ศรีเมืองการพิมพ์; 2566.
- Siriraj Piyamaharajkarun Hospital. Insulin injection with pen [Internet]. 2024 [cited 2023 Oct 6]. Available from: https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/902
- Toschi E. Safe and effective use of insulin requires proper storage [Internet]. Harvard Health; 2018 [cited 2026 Jan 23]. Available from: https://www.health.harvard.edu/blog/safe-and-effective-use-of-insulin-requires-proper-storage-2018120415486
- สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, รอดอารีย์ เพชร. คำแนะนำการฉีดยาเบาหวานสำหรับบุคลากรทางการแพทย์. กรุงเทพฯ: สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์; 2559.













