หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในคนทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ยกของหนักจนหลังได้รับแรงกดมากเกินไป อาการอาจเริ่มจากปวดหลัง ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นอาการทั่วไปที่พบได้บ่อย แต่เมื่ออาการเป็นมากขึ้นจะปวดหลังร้าว ชาลงขา หรือรู้สึกอ่อนแรงจนใช้ชีวิตประจำวันไม่สะดวก หากรู้เท่าทันอาการและรีบแก้ไข การฟื้นตัวจะง่ายมากขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดอาการเรื้อรังที่รบกวนคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่องได้
สรุปข้อมูลสำคัญ
- ชื่อโรค : หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated Disc / Nerve Compression)
- ลักษณะอาการ : ปวดหลังร้าวลงขา ชา อ่อนแรง เจ็บร้าวลงขาเวลาไอ/จาม
- สาเหตุหลัก : หมอนรองกระดูกเสื่อม การก้มยกของผิดท่า อุบัติเหตุ
- กลุ่มเสี่ยง : ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน ผู้สูงอายุ อาชีพที่ต้องยกของหนัก นักกีฬาบางประเภท
- ภาวะแทรกซ้อน : กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินลำบาก ปวดหลังเรื้อรัง
- การรักษาเบื้องต้น : พัก ประคบร้อน/เย็น กายภาพบำบัด ทานยา
- ควรพบแพทย์เมื่อ : ปวดรุนแรงขึ้น มีอาการชา อ่อนแรง หรือปวดนานเกิน 4 สัปดาห์
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คืออะไร ?
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คือภาวะที่หมอนรองกระดูกสันหลังซึ่งทำหน้าที่รองรับแรงกดและช่วยให้กระดูกขยับได้อย่างนุ่มนวล เกิดการเคลื่อนตัวหรือแตกจนเนื้อหมอนรองกระดูกยื่นไปกดทับเส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียง ส่งผลให้เกิดอาการปวด ชา หรืออ่อนแรงบริเวณแขน ขา หรือส่วนที่เส้นประสาทนั้นควบคุมอยู่ ตำแหน่งที่พบบ่อยที่สุดคือบริเวณคอและเอว เพราะเป็นจุดที่รับน้ำหนักและเคลื่อนไหวบ่อยที่สุด
อาการของโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
อาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้
- ปวดหลังหรือปวดคอ เริ่มจากปวดเฉพาะจุด แล้วค่อย ๆ รู้สึกแน่น ตึง หรือเจ็บมากขึ้นเมื่อยืนนาน นั่งนาน หรือก้มตัว
- ปวดร้าวลงแขนหรือขา เป็นอาการเด่นที่สุด เนื่องจากเส้นประสาทถูกกด ทำให้ปวดร้าวไปตามแนวเส้นประสาท เช่น ปวดร้าวจากเอวลงขา หรือปวดจากคอลงหัวไหล่ แขน
- ชา หรือเสียวแปลบ รู้สึกเหมือนมีเข็มจิ้ม ชาเป็นแนว หรือรู้สึกเย็น ร้อนผิดปกติในบริเวณที่เส้นประสาทควบคุม
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง แรงขาหรือแขนลดลง ยกของไม่ถนัด เดินได้น้อยลง หรือรู้สึกขาไม่มีแรงเวลาลงน้ำหนัก
- เจ็บแบบไฟฟ้าช็อต เวลาขยับตัว ไอ หรือจาม จะมีอาการเจ็บแปลบเหมือนไฟฟ้าช็อต เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนกระตุ้นเส้นประสาทที่ถูกกดอยู่
- เคลื่อนไหวลำบาก การก้ม ยืน เดิน หรือพลิกตัวรู้สึกติดขัด ทำได้ไม่สะดวกเหมือนเดิม
- อาการปวดเรื้อรัง หากไม่ได้รับการดูแล อาการปวดหลังหรือปวดร้าวจะคงอยู่นานกว่า 3 เดือน และเริ่มกระทบชีวิตประจำวัน เช่น ทำงานไม่ได้เต็มที่ นั่งนานไม่ได้ หรือหลับไม่สนิท
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เกิดจากอะไร
- หมอนรองกระดูกเสื่อมตามวัย เมื่ออายุมากขึ้น หมอนรองกระดูกจะสูญเสียน้ำ ทำให้ความยืดหยุ่นลดลง แตกง่าย และปลิ้นออกมากดทับเส้นประสาท
- การยกของหนักหรือยกของผิดวิธี การก้มยกของด้วยหลังแทนการย่อเข่า เป็นเหตุผลยอดฮิตที่ทำให้หมอนรองกระดูกฉีกหรือเคลื่อนไปทับเส้นประสาท
- น้ำหนักตัวเกินและกล้ามเนื้อแกนกลางอ่อนแรง น้ำหนักตัวที่มากขึ้นทำให้กระดูกสันหลังรับน้ำหนักมากกว่าปกติ ขณะที่กล้ามเนื้อแกนกลางอ่อนแรงทำให้กระดูกสันหลังขาดการพยุงที่ดี ส่งผลให้จัดท่าทางได้ไม่เหมาะสม ปวดหลังง่ายขึ้น
- อุบัติเหตุหรือแรงกระแทกที่หลัง อุบัติเหตุรถยนต์ การล้ม หรือการเล่นกีฬาที่มีแรงกระแทกสูง อาจทำให้หมอนรองกระดูกฉีกเฉียบพลัน
- พฤติกรรมซ้ำ ๆ ที่เพิ่มแรงกดบนหลังโดยไม่รู้ตัว เช่น ขับรถนาน ๆ ใส่รองเท้าส้นสูงบ่อย ยืนหรือเดินในท่าเดิมเป็นเวลานาน สิ่งเหล่านี้ล้วนเพิ่มภาระให้กระดูกสันหลัง
ใครเสี่ยงเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
กลุ่มต่อไปนี้มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป เนื่องจากพฤติกรรม การใช้ท่าทาง และภาวะร่างกายที่ส่งผลต่อกระดูกสันหลังโดยตรง
- คนที่นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานหลายชั่วโมง การนั่งท่าเดิมต่อเนื่องทำให้กล้ามเนื้อหลังล้าและเพิ่มแรงกดบนหมอนรองกระดูก โดยเฉพาะคนที่นั่งหลังงอหรือไม่มีพนักพิง
- คนที่ยกของหนักเป็นประจำ อาชีพที่ต้องใช้แรง เช่น พนักงานขนสินค้า ช่างเทคนิค หรือช่างก่อสร้าง มีแรงกดบนกระดูกสันหลังสูงจากการยกของและใช้งานในท่าที่ไม่เหมาะสม
- ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน น้ำหนักตัวที่มากเพิ่มภาระให้กระดูกสันหลัง ทำให้หมอนรองกระดูกสึกเร็วและรับแรงกดสะสมมากกว่าปกติ
- ผู้ที่มีกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวอ่อนแรง กล้ามเนื้อแกนกลางช่วยประคองกระดูกสันหลัง เมื่ออ่อนแรงจึงทำให้หลังรับแรงมากขึ้นและเสี่ยงเกิดอาการมากขึ้น
- นักกีฬาที่มีแรงกระแทกหรือบิดตัวซ้ำ ๆ เช่น นักวิ่ง กระโดดสูง เทนนิส ยกน้ำหนัก หรือกีฬาที่ต้องบิดลำตัวบ่อย ทำให้หมอนรองกระดูกเกิดแรงเสียดทานสูง
- คนที่สูบบุหรี่ สารเคมีในบุหรี่ลดการไหลเวียนเลือดไปยังหมอนรองกระดูก ทำให้เสื่อมเร็วกว่าปกติ
- ผู้ที่มีท่าทางผิดติดต่อกันยาวนาน เช่น นั่งไขว่ห้าง นั่งงอหลัง ใช้มือถือก้มคอนาน ๆ เป็นพฤติกรรมที่สะสมแรงกดบนกระดูกสันหลังโดยไม่รู้ตัว
วิธีวินิจฉัยโรคและตรวจประเมินอาการ
แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจท่าทาง แรงกล้ามเนื้อ และการรับความรู้สึกของแขนขา รวมถึงทดสอบความตึงของเส้นประสาท เช่น Straight Leg Raising Test หากจำเป็น แพทย์จะส่งตรวจ MRI ซึ่งเห็นความผิดปกติของหมอนรองกระดูกได้ละเอียดที่สุด ส่วน X-Ray ช่วยดูการเรียงตัวของกระดูกหรือภาวะเสื่อม การประเมินอย่างถูกต้องทำให้วางแผนการรักษาได้ตรงจุด ลดระยะเวลาการฟื้นตัวและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
วิธีการรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
การรักษามีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับระดับอาการ ความรุนแรง และตำแหน่งที่เส้นประสาทถูกกดทับ โดยแพทย์มักเริ่มจากแนวทางที่ไม่ต้องผ่าตัดก่อน
- พักการใช้งานและปรับพฤติกรรม ลดกิจกรรมที่เพิ่มแรงกดบนหลัง เช่น การยกของหนัก นั่งหลังงอ นั่งนานเกินไป เพื่อให้หมอนรองกระดูกและกล้ามเนื้อได้ฟื้นตัว
- กินยาเพื่อลดอาการ รวมถึงยาแก้ปวด ยาลดการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาที่ลดการบีบตัวของเส้นประสาท ช่วยลดอาการปวดและความตึงบริเวณหลัง
- กายภาพบำบัด เน้นเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลาง ยืดเหยียดหลัง ปรับสมดุลกล้ามเนื้อ และจัดท่าทางให้ถูกต้อง เพื่อให้เส้นประสาทถูกกดน้อยลงในระยะยาว
- ใช้เครื่องมือกายภาพ เช่น อัลตราซาวด์หรือเลเซอร์บำบัด ช่วยลดการอักเสบ คลายกล้ามเนื้อ และเพิ่มการไหลเวียนเลือด ทำให้การฟื้นตัวดีขึ้น
- ฉีดยาลดการอักเสบบริเวณโพรงประสาท เหมาะกับผู้ที่ปวดรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้น ช่วยลดการอักเสบของเส้นประสาทได้เร็ว
- การผ่าตัด ใช้เมื่ออาการหนัก เช่น ขาอ่อนแรงมาก เดินลำบาก ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ หรือหมอนรองกระดูกกดเส้นประสาทรุนแรง โดยแพทย์จะเลือกเทคนิคที่เหมาะสม เช่นผ่าตัดส่องกล้องหรือผ่าตัดเปิด
วิธีดูแลตัวเองและป้องกันไม่ให้อาการกำเริบ
การดูแลหลังอย่างต่อเนื่องช่วยลดอาการปวดและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้ดี โดยสามารถทำตามแนวทางเหล่านี้ได้ในชีวิตประจำวัน
- ปรับท่านั่งให้ถูกต้อง นั่งหลังตรง ไม่งอหลัง ใช้เก้าอี้ที่มีพนักพิงรองรับหลังช่วงเอว และตั้งหน้าจอให้ระดับสายตาเพื่อลดการก้มคอ
- หลีกเลี่ยงการนั่งนานเกิน 1 ชั่วโมง ควรลุกเดิน ยืดเหยียด หรือเปลี่ยนอิริยาบถทุก ๆ 45–60 นาที เพื่อคลายความตึงของกล้ามเนื้อหลัง
- บริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ท่าออกกำลังกาย เช่น Plank, Bridge, Cat-Cow หรือท่าเสริมความแข็งแรงของหลัง ช่วยลดแรงกดบนกระดูกสันหลังได้มาก
- ยกของอย่างถูกวิธี ให้ย่อตัวลงใช้แรงจากขาแทนการก้มหลัง โดยให้หลังตรงเสมอ ไม่บิดตัวขณะยกของ
- ควบคุมน้ำหนักตัว น้ำหนักที่สมดุลลดแรงกดบนหมอนรองกระดูกโดยตรง ทำให้หลังทำงานได้ดีขึ้น
- ใช้ที่นอนและหมอนที่รองรับสรีระ ควรเลือกที่นอนไม่แข็งเกินไป ไม่นิ่มจนยวบ รองรับแนวกระดูกสันหลังให้เป็นเส้นตรงขณะนอน
- ยืดเหยียดร่างกายเป็นประจำ การยืดกล้ามเนื้อหลัง ต้นขา และสะโพกช่วยลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อที่ยึดหลังไม่ให้ทำงานหนักเกินไป
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มแรงกระแทก เช่น กระโดดแรง ๆ วิ่งลงส้นหนัก หรือกีฬาที่ต้องบิดลำตัวบ่อย ให้เลือกกิจกรรมเบา เช่น เดิน ว่ายน้ำ หรือโยคะ
- ฟังสัญญาณร่างกาย หากเริ่มปวดหลังหรือมีอาการตึงมากกว่าปกติ ให้พักทันที หลีกเลี่ยงการฝืนทำกิจกรรมต่อ
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นโรคที่พบได้ในคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะทำงานออฟฟิศ ยกของหนัก หรือมีปัญหาท่าทางในชีวิตประจำวัน การรู้ทันอาการและสัญญาณเตือนช่วยให้ดูแลตัวเองได้ทันและลดความเสี่ยงในการเกิดอาการเรื้อรัง หากรักษาถูกวิธี ร่วมกับการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและปรับพฤติกรรมประจำวัน การฟื้นตัวจะเป็นไปได้ดีและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
- หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหายเองได้ไหม ?
บางรายดีขึ้นได้ถ้าพักและปรับท่าทาง แต่ควรตรวจเพื่อประเมินความรุนแรงก่อน - ปวดหลังร้าวลงขา จำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่ ?
ไม่เสมอไป ส่วนใหญ่ดีขึ้นด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด - การนั่งนานทำให้เป็นโรคนี้จริงไหม ?
การนั่งนาน ๆ โดยเฉพาะถ้านั่งหลังงอ หรือนั่งท่าเดิมตลอด มีความสัมพันธ์กับอาการปวดหลังและเพิ่มความเสี่ยงของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทในระยะยาว เพราะหมอนรองกระดูกต้องรับแรงกดต่อเนื่อง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่นั่งนานจะต้องเป็นโรคนี้เสมอไป - ออกกำลังกายได้หรือไม่ถ้าเป็นอยู่ ?
ได้ แต่ควรเลือกกิจกรรมที่ไม่กระแทก เช่น เดิน ว่ายน้ำ โยคะ - ผ่าตัดแล้วกลับมาเป็นอีกได้ไหม ?
มีโอกาส เพราะหมอนรองกระดูกส่วนที่เหลือยังมีโอกาสเสื่อมและปลิ้นได้อีก โดยเฉพาะหากยังใช้ท่าทางผิดหรือไม่เสริมกล้ามเนื้อหลังให้แข็งแรง
ข้อมูลโดย
รศ. นพ.สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ
ศัลยกรรมกระดูกและข้อ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ติดตาม Rama Channel เพื่อรับข้อมูลด้านสุขภาพเพิ่มเติมได้ที่
Website Ramathibodi: https://www.rama.mahidol.ac.th/
Youtube: RAMA Channel
Facebook: รามาแชนแนล Rama Channel
LINE: Ramathibodi
TikTok: ramachanneltv รามาแชนแนล ช่องของคนรักสุขภาพ













