ยาคาร์โบซิสเทอีน (Carbocysteine) เป็นยาละลายเสมหะที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ช่วยละลายเสมหะที่เหนียวข้นในทางเดินหายใจ ทำให้สามารถขับออกได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการไอมีเสมหะจากหวัด ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ หรือโรคระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ ยานี้จัดเป็นยาที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อใช้ตามคำแนะนำ แต่ก็ยังมีข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่ควรทราบก่อนใช้
สรุปข้อมูลสำคัญ
- กลุ่มยา : ยาละลายเสมหะ (Mucolytics)
- ข้อบ่งใช้ทั่วไป : ไอมีเสมหะ เสมหะเหนียว หลอดลมอักเสบ ไซนัสอักเสบ โรคระบบทางเดินหายใจที่มีเสมหะมาก
- รูปแบบยา : ยาน้ำ ยาแคปซูล ยาเม็ด ชนิดกิน
- ข้อควรระวังหลัก : ผู้มีแผลในกระเพาะอาหาร ผู้ที่ไวต่อส่วนผสมของยา หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็กควรใช้ตามคำแนะนำแพทย์
- เอกสารที่ควรอ่าน : ใบกำกับยา ความปลอดภัยของยาในผู้ป่วยโรคกระเพาะ
Carbocysteine (คาร์โบซิสเทอีน) คืออะไร
Carbocysteine คือ ยาละลายเสมหะที่จัดอยู่ในกลุ่ม Mucolytics ออกฤทธิ์ช่วยลดความเหนียวและความหนืดของเสมหะในระบบทางเดินหายใจ ทำให้เสมหะที่ข้นและเหนียวสามารถเคลื่อนตัวออกได้ง่ายขึ้น ยานี้มักใช้คู่กับการดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการขับเสมหะ โดยทั่วไปยามีความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการไอเรื้อรัง เสมหะติดแน่น รวมถึงผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น หลอดลมอักเสบเฉียบพลันและเรื้อรัง ไซนัสอักเสบ และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ยาชนิดนี้ใช้ได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก แต่ปริมาณการใช้จะแตกต่างกันตามช่วงอายุและอาการ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรเสมอเพื่อใช้ยาอย่างปลอดภัยและหลีกเลี่ยงผลข้างเคียง
กลไกการออกฤทธิ์
Carbocysteine ออกฤทธิ์โดยการเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีของเมือกหรือเสมหะ ลดการเชื่อมต่อของโมเลกุลมิวซิน (Mucin) ทำให้เสมหะมีความเหนียวและข้นน้อยลง นอกจากนี้ยังช่วยทำให้การทำงานของขนกวัดในระบบทางเดินหายใจดีขึ้น ช่วยพัดเสมหะออกจากหลอดลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในผู้ป่วยที่มีการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ ยายังมีส่วนช่วยลดความหนืดของสารคัดหลั่ง ลดความรู้สึกระคายเคืองในคอ และช่วยให้ไอลดลงโดยไม่ได้กดการไอ ทําให้สามารถขับเสมหะออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ยานี้จึงถูกใช้อย่างแพร่หลายในโรคที่มีการสร้างเสมหะผิดปกติหรือมากเกินไป ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
ข้อบ่งใช้
- อาการไอมีเสมหะ จากไข้หวัดหรือการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
- ไซนัสอักเสบ ที่มีสารคัดหลั่งข้น ทำให้แน่นจมูกและระบายออกยาก
- หลอดลมอักเสบเฉียบพลันและเรื้อรัง ที่มีเสมหะมากหรือเหนียวผิดปกติ
- โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) เพื่อช่วยระบายเสมหะและลดการอุดตันของทางเดินหายใจ
- ผู้ป่วยหลังผ่าตัดบางกรณี ที่จำเป็นต้องลดการคั่งของเสมหะในหลอดลม
- ภาวะเสมหะข้นจนทำให้หายใจลำบาก เช่น เสมหะเหนียวติดคอหรือแน่นหน้าอก
- ใช้ควบคู่ในการรักษาโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เพื่อเสริมการระบายเสมหะให้ยาตัวอื่นทำงานได้ดีขึ้น
สรรพคุณของยา Carbocysteine (คาร์โบซิสเทอีน)
- ลดความเหนียวและความข้นของเสมหะ ทำให้เสมหะเหลวและเคลื่อนตัวได้ง่าย
- ช่วยให้ไอขับเสมหะออกสะดวกขึ้น ลดอาการไอติดคอหรือไอเรื้อรังจากเสมหะ
- บรรเทาอาการแน่นหน้าอกจากเสมหะคั่งค้าง ทำให้การหายใจโปร่งขึ้น
- ช่วยปรับสมดุลสารคัดหลั่งในโพรงจมูกและไซนัส เหมาะกับผู้ที่มีไซนัสอักเสบหรือคัดจมูกจากเสมหะข้น
- ลดการระคายเคืองของหลอดลม ทำให้อาการไอที่เกิดจากเสมหะเหนียวลดลง
- เสริมประสิทธิภาพของการรักษาโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ด้วยการช่วยระบายเสมหะออกจากร่างกาย
- ช่วยให้การกำจัดเสมหะหลังผ่าตัดบางกรณีง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงเสมหะอุดกั้นหลอดลม
ผลข้างเคียงของยาละลายเสมหะ Carbocysteine (คาร์โบซิสเทอีน)
แม้ Carbocysteine จะเป็นยาที่มีความปลอดภัยสูงและใช้แพร่หลาย แต่ก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้ในบางราย โดยผลข้างเคียงที่พบได้ ได้แก่
อาการทางระบบทางเดินอาหาร
- คลื่นไส้
- ท้องเสีย
- ปวดแน่นท้อง
- อึดอัดบริเวณลิ้นปี่
ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อนอาจมีอาการแสบร้อนเพิ่มขึ้น
อาการแพ้ยา (พบได้น้อยมาก)
- ผื่นคัน
- ลมพิษ
- หน้าบวม ตาบวม
- หายใจลำบาก
หากมีอาการเหล่านี้ควรหยุดยาและรีบพบแพทย์ทันที
อาการในเด็ก
- ปวดท้องเล็กน้อย
- อาจอาเจียนหากกินในขนาดมากเกินไป แนะนำให้กินพร้อมอาหารเพื่อลดการระคายเคือง
ข้อควรระวัง
- ผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหารหรือโรคกระเพาะเรื้อรัง ยาอาจทำให้เกิดการระคายเคืองของกระเพาะอาหาร ควรใช้ด้วยความระมัดระวังหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ป่วยหอบหืดรุนแรงหรือมีภาวะหลอดลมหดเกร็ง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ เพราะยานี้มีโอกาสทำให้หลอดลมหดเกร็งมากขึ้น
- ผู้ที่แพ้ส่วนผสมของยา หากเคยมีอาการแพ้ยาในกลุ่มละลายเสมหะ เช่น ผื่น ลมพิษ บวม ควรหลีกเลี่ยงการใช้ทันที
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ เพราะข้อมูลความปลอดภัยยังมีจำกัดในบางไตรมาส
- เด็กเล็ก ต้องใช้ตามขนาดที่เหมาะสมเท่านั้น การใช้ขนาดยามากเกินไปอาจทำให้ระคายเคืองกระเพาะหรืออาเจียน
- ผู้ที่ใช้ยาแก้ไอชนิดกดการไอ ไม่ควรใช้ร่วมกัน เพราะอาจทำให้เสมหะไม่ถูกขับออก เกิดการอุดกั้นในหลอดลมได้
- ควรดื่มน้ำมาก ๆ ระหว่างใช้ยา เพราะช่วยให้เสมหะละลายได้ดีขึ้นและลดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร
- หากมีอาการผิดปกติหลังใช้ยา เช่น อาเจียนรุนแรง อุจจาระเป็นเลือด หรือหายใจลำบาก ควรหยุดยาและพบแพทย์ทันที
Carbocysteine เป็นยาละลายเสมหะที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้กันอย่างแพร่หลาย มีความปลอดภัยเมื่อใช้ตามคำแนะนำ ช่วยให้เสมหะที่เหนียวข้นถูกละลายและขับออกได้ง่าย ทำให้หายใจสะดวกขึ้น ลดอาการไอ และช่วยให้การรักษาโรคระบบทางเดินหายใจมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตามควรใช้ยาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาโรคกระเพาะ หญิงตั้งครรภ์ หรือเด็กเล็ก ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ยาละลายเสมหะ Carbocysteine (คาร์โบซิสเทอีน)
Q: เด็กสามารถใช้ยา Carbocysteine ได้ไหม ?
A: ได้ แต่ควรใช้ตามขนาดยาที่เหมาะสมตามวัยและตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
Q: ควรกินก่อนหรือหลังอาหาร ?
A: สามารถกินได้ทั้งสองแบบ แต่หากมีอาการปวดท้องควรกินหลังอาหาร
Q: ใช้ยาแล้วเสมหะเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องปกติหรือไม่ ?
A: ใช่ เป็นสัญญาณว่ายากำลังช่วยละลายเสมหะและทำให้เสมหะเคลื่อนออกได้ง่ายขึ้น
Q: ใช้ติดต่อกันนานได้ไหม ?
A: ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเกิน 7–10 วัน หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์เพื่อประเมินอาการเพิ่มเติม
ข้อมูลโดย
ภญ.เบญญาภา เพชรปวรรักษ์
งานเภสัชกรรมคลินิก ฝ่ายเภสัชกรรม
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ติดตาม Rama Channel เพื่อรับข้อมูลด้านสุขภาพเพิ่มเติมได้ที่
Website Ramathibodi: https://www.rama.mahidol.ac.th/
Youtube: RAMA Channel
Facebook: รามาแชนแนล Rama Channel
LINE: Ramathibodi
TikTok: ramachanneltv รามาแชนแนล ช่องของคนรักสุขภาพ













