พระศาสดา ภ.ป.ร. รามาธิบดี มูลนิธิรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี


  พระศาสดา
 

        ความเป็นมาของพระศาสดา หรือ พระศรีศาสดาเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประทับขัดสมาธิราบ ศิลปะสุโขทัย หล่อด้วยสำริด  ตามตำนานได้มีการบันทึกไว้ว่า  การสร้างพระพุทธรูปทั้ง 3 พระองค์ ของเมืองพิษณุโลกนั้น เมื่อปี พ.ศ. 1500 พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎกมหาราช แห่งเมืองเชียงแสน เสด็จมาตีเมืองสองแควได้ จึงทรงสร้างเมืองสองแควขึ้นใหม่ พระราชทานนามว่า เมืองพิษณุโลก ทำนองว่าเป็นเมืองอันพระวิษณุกรรมเสด็จลงมาสร้าง ครั้นสร้างพระนครเสร็จแล้ว มีพระราชศรัทธาสร้างวัดวาอาราม มีวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเป็นพระอารามหลวง แล้วทรงหล่อพระพุทธรูป 3 องค์ ได้แก่ พระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศาสดา โปรดให้ประดิษฐานพระพุทธชินราช ณ พระวิหารใหญ่ ทิศตะวันตกของพระมหาธาตุประดิษฐานพระพุทธชินสีห์ และ พระศาสดา ณ พระวิหารใหญ่ทิศตะวันออก ทางทิศเหนือองค์หนึ่ง ทิศใต้องค์หนึ่ง พระพุทธชินสีห์และพระศาสดา จึงประดิษฐานอยู่ในวิหารเดียวกันตลอดมา ถึง 900 กว่าปี  ต่อมาพระวิหารชำรุดไม่มีผู้ปฏิสังขรณ์ จึงได้อัญเชิญพระศาสดามาไว้ ที่วัดบางอ้อช้าง ทางแม่น้ำอ้อม จังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่ต้นสมัยกรุง รัตนโกสินทร์ เมื่อสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติปฏิสังขรณ์วัดประดู่ คลองบางหลวง จึงได้ขออัญเชิญพระศาสดาไปเป็นพระประธาน ล่วงมาถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรง พระราชดำริว่า "พระศาสดา" เป็นพระพุทธรูปอยู่ที่พระอารามหลวงมาแต่โบราณไม่สมควรอยู่ที่วัดอื่น เมื่อ พ.ศ. 2396 จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระพุทธชินสีห์ และพระศาสดาลงมากรุงเทพฯ ทั้งสององค์ และให้ประดิษฐานไว้ที่มุขหน้าพระอุโบสถวัดสุทัศน์เทพวราราม ต่อมาได้ทรงพระราชดำริว่า พระศาสดาและพระพุทธชินสีห์ เคยประดิษฐานอยู่ในพระอารามเดียวกันที่เมืองพิษณุโลก จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระวิหารขึ้นในวัดบวรนิเวศวิหาร แล้วอัญเชิญพระศาสดาจากวัดสุทัศน์ฯ ไปประดิษฐานไว้ในพระวิหารนั้น เมื่อ พ.ศ. 2406


  สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
 

        พระศาสดาในส่วนของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ในราวปี พ.ศ. 2532 ได้มีการสร้างพระศาสดาขึ้นในคณะฯ  โดยสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช องค์ประธานอุปถัมภ์เป็นฝ่ายบรรพชิต และ ฯพณฯ องคมนตรี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ได้รับพระบรมราชานุญาตให้เชิญพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร.  ประทับกับองค์พระศาสดา จึงเป็นที่มาพระนามอันเป็นมงคลยิ่งว่า “พระศาสดา ภ.ป.ร.”  ซึ่งในครั้งแรกทางมูลนิธิรามาธิบดี คณะฯ และได้สร้างให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมบูชาด้วย โดยจุดมุ่งหมายเพื่อสมทบทุนสร้างศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ และหมดไปอย่างรวดเร็ว และได้มีการสร้างเพิ่มเติมให้บูชาในคราวที่ได้รับพระราชทานให้สร้างอาคาร “อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์”  สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงประกอบพิธีเททองหล่อในวันพฤหัสบดี ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง เวลา 13.18 น. เป็นราชาฤกษ์ ในเกณฑ์เพชรฤกษ์และธนโยค  สมเด็จพระสังฆราช ทรงประทานลายพระหัตถ์ทรงอักษรว่า “สัตถา  เทวมนุสสานัง” ( ทรงเป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ) จารึกที่ด้านหลังพระศาสดา ภ.ป.ร. ทุกองค์ โดยมีการจัดสร้างเป็นรูปแบบต่างๆ ดังนี้


พระศาสดา ภ.ป.ร.

        1. พระพุทธรูปพระศาสดา ภ.ป.ร. มีขนาดหน้าตัก 3 ขนาดคือ ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว จะมีแบบพระเกศทองคำ พระเกศธรรมดา  ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว พระเกศธรรมดา และขนาดหน้าตัก 3 นิ้ว มีเนื้อทองคำ ฐานเงิน และเนื้อเงิน
        2. พระกริ่งศาสดา ภ.ป.ร. เป็นเนื้อเงินบริสุทธิ์ 95 เปอร์เซ็นต์ อีก 5 เปอร์เซ็นต์ เจือด้วยโลหะอื่นๆ ตามคตินิยม ด้วยพระโลหะสัมฤทธิ์ ต่างๆ  9 ชนิดได้แก่ ทองคำ เงิน ทองแดง เจ้าน้ำเงิน ลงหิน พลวง ดีบุก ชิน และเหล็กน้ำพี้
        3. พระศาสดาใบเสมา ภ.ป.ร. เป็นเหรียญหล่อรุ่นแรกของวัดบวรนิเวศวิหาร และเป็นเหรียญหล่อที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงประกอบพิธีเททองหล่อเป็นครั้งแรก ชุดทองคำบรรจุในกล่องกำมะหยี่ รวมกันสามองค์ บนฝากล่องมีแผ่นตรา “ญสส”
        4. พระศาสดาเนื้อผง ภ.ป.ร.  ประกอบด้วยสิ่งมงคล 9 ประการ คือ 1. ผงพุทธคุณและผงจิตรลดา  2. ดินจากสังเวชนียสถาน 3. พระอังสะ 4. เส้นพระเกศา 5. ดอกไม้บูชาหน้าพระศาสดา และพุทธพุทธชินสีห์ 6. ผงธูปหน้าพระศาสดา และพระพุทธชินสีห์ 7. ด้ายสายสิญจ์โยงจากพระศาสดามายังพระพุทธชินสีห์ ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงจับในวันประกอบพิธีเททองหล่อพระศาสดา ภ.ป.ร. 8. ผงตะไบจากองค์พระกริ่ง และเหรียญหล่อพระศาสดา ภ.ป.ร. และ 9. ผงมงคลจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย  นอกจากนี้ พระศาสดาเนื้อผง ภ.ป.ร. ทุกองค์ยังมีเส้นพระเกศาอยู่ส่วนหลังขององค์พระ และใต้ฐานมีรอยประทับตัวอักษร “ญสส” ด้วยหมึกสีฟ้าผสมพิเศษ  

        พระศาสดา ภ.ป.ร. ทุกองค์ ได้นำเข้าพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถ วันบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2532 โดยสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงจุดเทียนชัย เมื่อเวลา 18.30  น. อันเป็นบูรณฤกษ์ (ภูมิปาโล) และทรงแผ่เมตตาจิตจนเสร็จพิธี โดยมีพระคณาจารย์อีก 9 รูปเข้าร่วมพิธี มีพระสวดเจริญพระพุทธมนต์ 10 รูป และสวดพุทธาภิเษก อีก 4 รูป ทางมูลนิธิรามาธิบดี ได้เปิดให้บูชา พระศาสดาเนื้อผง ภ.ป.ร.บูชาองค์ละ 999 บาท  พระศาสดาใบเสมา ภ.ป.ร. ชุดทองคำประกอบด้วย พระเนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ รวม 3 องค์  49,999 บาท พระเนื้อเงิน องค์ละ 3,999 บาท  เนื้อนวโลหะ 3,999 บาท