หมวดที่ 1 ชื่อเครื่องหมายและสถานที่ตั้ง
ข้อ 1 ชื่อ
สมาคมนี้ชื่อว่า “สมาคมศิษย์เก่าพยาบาลรามาธิบดี” เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า THE RAMATHIBODI NURSES’ ALUMNI ASSOCIATION (RNAA) ย่อว่า สศ.พร.
ข้อ 2 เครื่องหมายของสมาคม
ตราสมาคมใช้ตราของมหาวิทยาลัยมหิดลมีแถบอักษรด้านล่างว่า “สมาคมศิษย์เก่าพยาบาลรามาธิบดี”
ข้อ 3 สถานที่ตั้ง
สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ที่สำนักงานสมาคมศิษย์เก่าพยาบาลรามาธิบดี หอพักพยาบาล 2
เลขที่ 270 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
โทรศัพท์ โทรสาร : 0-2201-2026
E-mail: rama_alumni12@hotmail.com
facebook : สมาคมศิษย์เก่า พยาบาลรามาธิบดี
เว็บไซต์ : www.rama.mahidol.ac.th/ramanursealumni
หมวดที่ 2 วัตถุประสงค์
ข้อ 4 สมาคมมีวัตถุประสงค์ดังนี้
4.1 ส่งเสริมความสามัคคีและส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างสมาชิก
4.2 ช่วยเหลือเกื้อกูลสมาชิกของสมาคมเท่าที่พึงกระทำได้
4.3 ส่งเสริม เผยแพร่ และแลกเปลี่ยนวิชาความรู้ ความคิดเกี่ยวกับศิลปวิทยาของวิชาชีพพยาบาล ทั้งในด้านการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ และการปฏิบัติการพยาบาลให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ
4.4 เชิดชูเกียรติของสถาบันและดำรงไว้ซึ่งจรรยาบรรณอันดีงามแห่งวิชาชีพพยาบาล
4.5 ช่วยเหลือและส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ ของสถาบันวิชาชีพ สังคม และประเทศชาติ โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
หมวดที่ 3 สมาชิก
ข้อ 5 สมาชิกของสมาคมมี 2 ประเภท คือ
5.1 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่
5.1.1 บุคคลผู้ทรงคุณวุฒิที่กรรมการเห็นสมควรเชิญเข้ามาเป็นสมาชิกของสมาคม
5.1.2 ผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ทุกวาระ
5.1.3 หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลโรงพยาบาลรามาธิบดี
5.2 สมาชิกสามัญ หมายถึง พยาบาลที่สำเร็จการศึกษาสาขาการพยาบาลจากโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดีที่มีระยะเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่า 1 ปี และสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมศิษย์เก่าพยาบาลรามาธิบดี
ข้อ 6 การเป็นสมาชิก
ผู้มีสิทธิเป็นสมาชิกสามัญ ประสงค์จะเข้าเป็นสมาชิกให้ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อนายทะเบียนของสมาคม และจะมีสิทธิเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์ต่อเมื่อได้ชำระค่าบำรุง และได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการของสมาคมแล้ว สมาชิกต้องชำระเงินค่าบำรุงดังต่อไปนี้ คือ
6.1 สมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่ต้องเสียเงินค่าบำรุง
6.2 สมาชิกสามัญ 500 บาท ชำระครั้งเดียว
ข้อ 7 สิทธิของสมาชิกสามัญ
7.1 ประดับเข็มเครื่องหมายของสมาคมนี้
7.2 ออกเสียงลงคะแนนและเสนอความเห็นในที่ประชุมใหญ่
7.3 เป็นกรรมการบริหารของสมาคมเมื่อได้รับเลือกตั้ง
7.4 มีสิทธิรับสวัสดิการทุกอย่างที่สมาคมจัดขึ้นเพื่อสมาชิกตามเงื่อนไข และระเบียบของสมาคม ดังนี้
7.4.1 เยี่ยมไข้สมาชิกที่เจ็บป่วยรับการรักษาในโรงพยาบาลรามาธิบดี คนละ 1 ครั้งต่อปี
7.4.2 ช่วยเหลือสมาชิกที่ได้รับอุบัติภัย เช่นไฟไหม้บ้าน น้ำท่วม เป็นต้น
7.4.3 สมาชิกจะได้รับส่วนลดในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่สมาคมจัดขึ้น
7.5 สมาชิกสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมและผลประโยชน์ของสมาคมโดยยื่นหนังสือไปยังเลขานุการ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการการบริหารของสมาคม
7.6 สมาชิกใหม่จะได้รับรามาธิบดีพยาบาลสาร จำนวน 1 เล่ม
ข้อ 8 หน้าที่ของสมาชิกสามัญ
8.1 ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของสมาคม
8.2 ปฏิบัติตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพและบำเพ็ญประโยชน์เพื่อบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ของสมาคม
8.3 รับผิดชอบในทรัพย์สินและชื่อเสียงของสมาคม
8.4 สมาชิกผู้ใดย้ายที่อยู่ เปลี่ยนชื่อ หรือนามสกุลต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อแก้ทะเบียนภายในกำหนด 6 เดือนนับจากวันย้ายหรือเปลี่ยนแปลง มิฉะนั้นทางสมาคมจะไม่รับผิดชอบต่อประโยชน์ใด ๆ ที่สมาชิกพึงจะได้รับ
ข้อ 9 การขาดจากสมาชิก
9.1 สมาชิกภาพสิ้นสุดลงเมื่อ
9.1.1 ตาย
9.1.2 ลาออก โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรถึงนายทะเบียน
9.1.3 คณะกรรมการมีมติให้ออกจากการเป็นสมาชิกเมื่อสมาชิกนั้น
9.1.3.1 ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดของศาล (เว้นแต่ในความผิดลหุโทษหรือฐานประมาท)
9.1.3.2 ประพฤติตนในทางที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสมาคมหรือนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม และคณะกรรมการไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 ลงมติให้ออก
9.2 ผู้ที่ขาดจากสมาชิกภาพย่อมหมดสิทธิเรียกร้องเกี่ยวกับผลประโยชน์ของสมาคม
ข้อ 10 การเลือกตั้ง
10.2 กรรมการบริหารที่ได้รับเลือกตั้งจะมีวาระบริหารงาน 4 ปี ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
10.3 สมาชิกสามัญตลอดชีพมีสิทธิลงคะแนนเสียงคนละ 1 เสียง การออกเสียงลงคะแนนเป็นสิทธิเฉพาะตัวของสมาชิก จะแต่งตั้งแทนไม่ได้
10.4 การออกเสียงลงคะแนนสมาชิก ต้องระบุชื่อและนามสุกลเขียนลงในกระดาษปิดผนึก ส่งไปที่กรรมการอำนวยการเลือกตั้ง
10.5 ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งจะต้องได้รับการรับรองเกินกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
10.6 ให้มีการเลือกตั้งซ่อมกรรมการบริหาร ซึ่งสิ้นสุดสมาชิกภาพตามข้อ 9.1 โดยปฏิบัติตามระเบียบ ข้อที่ 10.2 ถึงข้อที่ 10.5 และสิ้นสุดตามวาระนายกสมาคม
หมวดที่ 4 การบริหารงานสมาคม
ข้อ 11 การบริหารงานของสมาคมให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการของสมาคม ซึ่งมี 2 ประเภท ดังนี้
11.1 กรรมการที่ปรึกษาได้แก่ บุคคลผู้ทรงคุณวุฒิที่นายกสมาคมเชิญเป็นกรรมการที่ปรึกษา โดยผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร กรรมการที่ปรึกษานี้มีจำนวนไม่เกิน 10 คน และดำรงตำแหน่งตามวาระนายกสมาคม
11.2 กรรมการบริหารประกอบด้วย กรรมการ ไม่น้อยกว่า 10 คน แต่ไม่เกิน 21 คน ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากสมาชิกสามัญให้ดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี ให้คณะกรรมกรรบริหารจัดสรรตำแหน่งตามหน้าที่ดังต่อไปนี้
* นายกสมาคม
* เลขานุการ
* นายทะเบียน
* สวัสดิกร
* ปฏิคม
* อุปนายก
* เหรัญญิก
* จัดหารายได้
* ประชาสัมพันธ์
* วิชาการ
ข้อ 12 อำนาจและหน้าที่ที่ปรึกษา
12.1 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการบริหารเพื่อพิจารณากิจการของสมาคม หรือให้ข้อคิดเห็นในการดำเนินงานต่างๆ เมื่อได้รับเชิญจากคณะกรรมการ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
12.2 กรรมการที่ปรึกษาเมื่อพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว อาจได้รับเชิญเข้าเป็นกรรมการที่ปรึกษาใหม่ได้
ข้อ 13 อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร
13.1 วางระเบียบและข้อบังคับตามวัตถุประสงค์ของสมาคม
13.2 ดำเนินกิจการที่ได้รับอนุมัติตามมติของที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี
13.3 ตั้งอนุกรรมการสำหรับกิจกรรมพิเศษ
13.4 จัดให้มีประชุมใหญ่สามัญประจำปีและประชุมกรรมการบริหารตามวาระเพื่อปรึกษาหารือ และดำเนินการของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
นายกสมาคมมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
1. เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร
2. รับผิดชอบกิจการของสมาคมให้ดำเนินไปตามวัตถุประสงค์
3. รักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสมาคม
4. เป็นผู้แทนของสมาคมในการติดต่อกับรัฐบาล องค์กรต่างๆ และบุคคลทั่วไป
5. ดำเนินกิจกรรมตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริหาร
6. มีอำนาจสั่งจ่ายเงินตามระเบียบว่าด้วยการเงินและทรัพย์สินของสมาคมตามความในหมวดที่ 6
7. มอบหมายงานให้กรรมการบริหารตามความเหมาะสม
อุปนายกมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
1. ช่วยนายกสมาคมในกิจการของสมาคม
2. เป็นประธานในที่ประชุมและทำการแทนเมื่อได้รับมอบหมาย หรือเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
เลขานุการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
1. ร่างและโต้ตอบหนังสือตามที่ได้รับมอบหมาย
2. นัดประชุม จัดระเบียบวาระการประชุมตลอดจนรายละเอียดและเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง
3. บันทึกและจัดทำรายงานการประชุมใหญ่สามัญ รายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารทุกครั้ง และนำเสนอให้คณะกรรมการบริหารรับรองทุกครั้ง
4. กระทำกิจการอื่น เช่น ออกหนังสือเวียนเรื่องต่างๆ ให้สมาชิกทราบ ตามที่คณะกรรมการบริหารมอบหมายให้ปฏิบัติ
5. ดูแลรักษาเอกสารสำคัญของสมาคม ตลอดจนรายงานการประชุม
6. ประสานงานกับคณะกรรมการบริหารฝ่ายต่าง ๆ
เหรัญญิกมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
1. รับ จ่าย รักษา ควบคุมการเงิน การบัญชี เอกสารการเงินและทรัพย์สินของสมาคม ตามข้อบังคับระเบียบคำสั่งหรือมติของคณะกรรมการบริหาร หรือตามที่นายกสมาคม ได้มอบหมายและเสนอต่อคณะกรรมการทุกครั้งที่มีการประชุม
2. มีอำนาจรักษาเงินสดไว้สำรองจ่ายได้ไม่เกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)
3. รวบรวมบัญชีและงบดุลการเงินประจำเดือนและประจำปีไว้เป็นหลักฐานเพื่อเสนอแก่สมาชิก และผู้ตรวจสอบบัญชี
นายทะเบียนมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
1. มีหน้าที่จัดการลงทะเบียนรับสมาชิกเข้าสมาคม
2. จำหน่ายสมาชิกออกจากสมาคมตามที่ระบุไว้ในข้อ 9
3. รวบรวมสถิติและประวัติของสมาชิกให้สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
ฝ่ายจัดหารายได้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
1. จัดหารายได้เพื่อส่งเสริมกิจกรรมของสมาคม
2. รับเรื่องราวเมื่อมีผู้บริจาคทรัพย์และเสนอคณะกรรมการบริหารเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค
3. ทำบัญชีการเงินจากการหารายได้ทุกครั้งเสนอต่อคณะกรรมการบริหาร
4. นำเงินรายได้ส่งเหรัญญิก
สวัดดิกรมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
1. ดำเนินการช่วยเหลือสมาชิกตามระเบียบข้อบังคับของสมาคม
2. เบิกเงินช่วยเหลือให้แก่สมาชิกได้ตามระเบียบข้อบังคับของสมาคมตามระเบียบข้อ 7.4
3. ทำบัญชีครุภัณฑ์และวัสดุภัณฑ์ของแผนกสวัสดิการของสมาคมให้เรียบร้อย พร้อมทั้งส่งสำเนาให้เลขานุการของสมาคมเก็บไว้ 1 ชุด
ประชาสัมพันธ์มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
1. ทำหน้าทีประสานงาน เผยแพร่กิจกรรมและผลงานของสมาคมสู่สมาชิกและสังคมอื่นตามความเหมาะสม
2. แจ้งให้สมาชิกเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี
3. ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างสมาชิกและคณะกรรมการบริหาร
4. ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกใหม่
ปฏิคมมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
1. ต้อนรับผู้มาประชุมและผู้มาเยี่ยมเยือนสมาคม
2. จัดสถานที่สำหรับการประชุมทุกคราว
3. จัดทำสูจิบัตร ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีช่วยเหลือในการจัดงานทุกชนิด เมื่อสมาคมดำริให้มีขึ้น
วิชาการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
1. ส่งเสริม เผยแพร่ และแลกเปลี่ยนวิชาความรู้ และความคิดเกี่ยวกับศิลปวิทยาของวิชาชีพพยาบาลทั้งด้านการศึกษา วิจัย บริการ และด้านการปฏิบัติการพยาบาลให้ก้าวหน้าอยู่เสมอ
2. จัดประชุมวิชาการประจำปี
3. พิจารณาทุนการศึกษาและทุนวิจัยของสมาคม
ข้อ 14 กรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่ง
14.1 ถึงกำหนดออกตามวาระ
14.2 ขาดจากสมาชิกภาพของสมาคม
14.3 ลาออกจากตำแหน่งกรรมการ
14.4 จำนวนสมาชิก 2 ใน 3 ของสมาชิกที่มาประชุม ในที่ประชุมใหญ่มีมติให้ออก
14.5 ขาดการประชุมคณะกรรมการบริหารติดต่อกัน 3 ครั้ง โดยไม่แจ้งให้เลขานุการทราบ
ข้อ 15 การเลือกตั้งซ่อมกรรมการบริหาร
เมื่อตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุใด ๆ ก็ตาม ให้มีการเลือกตั้งซ่อมกรรมการบริหาร ซึ่งสิ้นสุดสมาชิกภาพตามข้อ 9.1 โดยปฏิบัติตามระเบียบ ข้อที่ 10.2 ถึง ข้อที่ 10.5 และสิ้นสุดตามวาระนายกสมาคม ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกผู้ได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมสามัญประจำปีตามลำดับคะแนนรองลงไป หรือคณะกรรมการบริหารได้สรรหาสมาชิกที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งแทนและจะดำรงตำแหน่งนั้น ตั้งแต่วันได้รับเลือกตั้งไปจนกว่าที่ประชุมสามัญประจำปีจะเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่
หมวดที่ 5 การประชุม
ข้อ 16 การประชุมของสมาคมมีดังนี้
16.1 ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งภายในเดือนกันยายนของทุกปี และจะต้องแจ้งวันนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน การประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อ
16.1.1 แถลงกิจการที่คณะกรรมการบริหารได้ดำเนินมาตลอดปี
16.1.2 แต่งตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่แทนชุดเก่า ซึ่งกำหนดออกตามวาระ
16.1.3 ปรึกษาและรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะอื่นๆ จากสมาชิก
16.2 ประชุมวิสามัญจะจัดประชุมเมื่อสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 15 คน ลงชื่อขอให้มีการประชุมวิสามัญ เมื่อนายกได้รับคำขอเช่นนี้ให้เรียกประชุมวิสามัญ โดยกำหนดนัดประชุมภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่สมาชิกร้องขอ
16.3 ประชุมวิชาการ สมาคมจะจัดให้มีการประชุมวิชาการปีละ 2 ครั้ง โดยอาจจัดร่วมกับการประชุมสามัญประจำปี
16.4 การประชุมคณะกรรมการบริหาร
16.4.1 ให้มีการประชุมทุกเดือน เพื่อปรึกษาหรือ ถ้ามีกรณีพิเศษ หรือมีปัญหารีบด่วนที่ต้องแก้ไข และนายกสมาคมเห็นสมควรก็อาจนัดประชุมเพิ่มได้
16.4.2 ต้องมีกรรมการบริหารเข้าประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 2 ของทั้งหมด
16.4.3 มติในที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ ถ้าเสียงเท่ากัน ประธานมีสิทธิออกเสียงตัดสิน
หมวดที่ 6 การเงินและการบัญชี
ข้อ 17 เงินของสมาคมจะนำไปฝากธนาคารใดนั้น จะต้องปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการบริหาร เงินส่วนหนึ่งให้ฝากธนาคารประจำ หรือกระทำอื่นใดตามมติของคณะกรรมการบริหารที่จะก่อให้เกิดดอกผลแก่สมาคม นอกจากเงินบริจาค ซึ่งผู้บริจาคได้กำหนดเงื่อนไขไว้เป็นอย่างอื่น
ข้อ 18 การเงินสมาคมให้อยู่ในความรับผิดชอบร่วมกันของคณะกรรมการบริหาร 3 คน การจ่ายเช็คของสมาคมจะต้องประทับตราสมาคม ลายมือชื่อนายกสมาคม หรืออุปนายกคนใดคนหนึ่งร่วมกับเหรัญญิก
ข้อ 19 ให้เหรัญญิกจัดทำบัญชีการเงินของสมาคม พร้อมด้วยใบสำคัญ และหลักฐานให้ถูกต้องตามหลักวิชาการบัญชี การรับเงินทุกประเภทต้องมีหลักฐานการรับเงินการจ่ายเงินทุกราย ต้องมีใบสำคัญการรับเงิน อันมีรายการจำนวนเงินถูกต้อง ซึ่งได้รับอนุมัติจากนายกสมาคมหรือคณะกรรมการบริหาร
ข้อ 20 อำนาจการสั่งจ่ายเงินมีดังนี้
20.1 เหรัญญิกมีสิทธิสั่งจ่ายตามมติที่ประชุมไม่เกิน 10,000 บาท
20.2 ให้นายกสมาคมมีอำนาจจ่ายเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ ของสมาคมได้ไม่เกิน 5,000 บาท ถ้าเกินกว่านั้นให้ขออนุมัติจากคณะกรรมการก่อน
20.3 การถอนเงินออกจากธนาคารให้บุคคล 2 ใน 3 เซ็นชื่อ คือ นายกสมาคม หรือ อุปนายก ร่วมกับ เหรัญญิก
ข้อ 21 เงินของสมาคมเมื่อมีเกินกว่า 10,000 บาท ให้ฝากไว้ในธนาคารที่คณะกรรมการเห็นสมควรในนามของสมาคม
ข้อ 22 ปีบัญชีของสมาคมสิ้นสุดเพียงเดือนกันยายนของแต่ละปี เหรัญญิกต้องทำบัญชีงบดุลเสนอให้ผู้สอบบัญชีของสมาคมตรวจสอบภายในเวลาอันสมควรเพื่อที่จะเสนอให้ที่ประชุมสามัญประจำปีพิจารณาตามกำหนด
ข้อ 23 เมื่อมีผู้บริจาคทรัพย์สิน ทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ หรือสิทธิอันเกี่ยวแก่ทรัพย์สินก็ดี ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารก่อน แล้วจึงจะดำเนินการจัดทำหลักฐานไว้ พร้อมทั้งออกใบรับเงินและ หรือ หนังสือตอบรับให้ผู้บริจาค
ข้อ 24 อำนาจในการจัดการทรัพย์สินของสมาคม การเช่าหรือการให้เช่า หรืออนุญาตให้มีการเข้าใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ใดๆ ของสมาคมจะกระทำได้เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร
24.1 การโอน การขาย การซื้อ หรือการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ของสมาคม ต้องเป็นไปตามมติของคณะกรรมการบริหารจำนวน 2 ใน 3
24.2 การจัดซื้อพัสดุ ครุภัณฑ์ และการจ้างเหมาให้ปฏิบัติดังนี้
24.2.1 ราคาต่ำกว่า 500 บาท (ห้าร้อยบาท) เป็นอำนาจของเลขานุการ
24.2.2 ราคาเกิน 500 บาท (ห้าร้อยบาท) ขึ้นไป เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารที่จะพิจารณาอนุมัติ โดยทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
หมวดที่ 7 การแก้ไขข้อบังคับของสมาคม
ข้อ 25 ข้อบังคับนี้จะแก้ไขเพิ่มเติมได้ โดยมติของคณะกรรมการบริหาร ซึ่งมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของคณะกรรมการบริหารทั้งหมดแล้วนำเสนอในที่ประชุมสามัญประจำปีรับทราบ
หมวดที่ 8 การเลิกสมาคม
ข้อ 26 การลงมติเลิกสมาคมต้องมีคะแนนเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสมาคมทั้งหมด ด้วยวิธีการลงคะแนนลับ
ข้อ 27 ในกรณีเลิกสมาคมไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบบัญชีถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่ก็ให้โอนให้แก่มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อใช้ส่งเสริมการศึกษาของพยาบาลและนักศึกษาพยาบาลของโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
หมวดที่ 9 เบ็ดเตล็ด
ข้อ 29 ให้ยกเลิกระเบียบข้อบังคับของสมาคมที่ใช้มาแต่ก่อน และให้ใช้ระเบียบข้อบังคับฉบับนี้แทนตั้งแต่วันที่............................
ข้อ 30 สมาคมศิษย์เก่าพยาบาลรามาธิบดี ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2517 และได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสมาคม เลขทะเบียนที่ ต. 167/2517
แก้ไขครั้งที่ 1 วันที่ 21 พฤศจิกายน 2521
แก้ไขครั้งที่ 2 วันที่ 17 มกราคม 2526
แก้ไขครั้งที่ 3 วันที่ 30 กันยายน 2547
แก้ไขครั้งที่ 4 วันที่ 2 ธันวาคม 2558