"Health Check-Ups Across All Ages: Turning Theory into Practice"
Health check-up น่าจะเป็นคำที่เราทุกคนรู้จักกันดี แต่อยากมาแนะนำให้รู้จักอีกคำหนึ่ง คือ คำว่า "Periodic Health Examination" ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายเดียวกัน แต่ในกรณีที่เราจะใช้เพื่อ search literature หรืออ่าน paper ทางวิชาการ การใช้คำว่า "PHE" จะมีความเป็นทางการมากกว่า
Can PHE be harmful?
เมื่อเราส่งคนไข้ที่เป็น asymptomatic patient ไปทำ test อะไรสักอย่างหนึ่ง ก็มีโอกาสพบผลที่เป็นทั้ง false positive และ false negative ซึ่งมักส่งผลเสียต่อคนไข้
False positive คือ ในความเป็นจริงแล้ว คนไข้ไม่ได้เป็นโรค แต่ผลการประเมินบอกว่าคนไข้เป็นโรค ก็อาจทำให้คนไข้เกิดความวิตกกังวลหรือได้รับการรักษาที่เกินจำเป็นได้
False negative คือ ในความเป็นจริงแล้วคนไข้เป็นโรค แต่ผลการประเมินไม่สามารถตรวจพบได้ ก็ย่อมส่งผลเสียต่อคนไข้แน่นอน เพราะจะทำให้เกิดความล่าช้าในการวินิจฉัย
ซึ่งนอกจากความเท็จ (false) ทั้งสองประเภทดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นยังมีความจริง (true) อีก 2 ประเภทคือ true positive และ true negative ซึ่งก็ยังสามารถเป็นประเด็นที่สร้างความอันตรายต่อคนไข้ได้
True negative คือ คนไข้ไม่ได้เป็นโรคและผลการประเมินก็บอกว่าปกติ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ดี แต่อาจส่งผลให้คนไข้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพไม่ตระหนักถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ผู้ป่วยที่ดื่มสุรา ตรวจค่าตับแล้วปกติ หรือผู้ป่วยที่ชอบกินอาหารที่มีไขมันสูง แล้วเจาะค่าไขมันได้ปกติ ก็จะทำให้ผู้ป่วยชะล่าใจ คิดว่าไม่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็ได้
True positive คือ คนไข้ตรวจแล้วผลการประเมินผิดปกติ และเป็นโรคจริง ในส่วนนี้อาจจะเกิดอันตรายกับคนไข้ในกรณีที่โรคนั้นยังไม่มีการรักษาที่มีประโยชน์ชัดเจน หรือโรคที่เราวินิจฉัยได้นั้นเป็นโรคที่การดำเนินโรคช้า ซึ่งคนไข้อาจจะเสียชีวิตจากอายุขัยมากกว่าตัวโรค ตัวอย่างเช่น CA prostate หรือ fatty liver เป็นต้น
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าผลการตรวจจะออกมาอย่างไรก็ย่อมส่งผลต่อคนไข้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ เพราะฉะนั้นการ counselling จึงเป็นสิ่งสำคัญที่หมอควรพูดคุยกับคนไข้ให้เข้าใจ
Screening ไม่เท่ากับ Surveillance
ในขณะที่ screening คือการตรวจในประชากรทั่ว ๆ ไป (general population) แต่ surveillance คือการตรวจในกลุ่มประชากรเสี่ยง (population at risk) เช่น การตรวจ ultrasound HCC ในผู้ป่วยที่เป็น chronic viral hepatitis B infection จะเป็นการ surveillance
เครื่องมือที่ใช้ในการ screening
เครื่องมือที่ใช้ในการ screening นั้นไม่ได้มีแค่การตรวจ lab เพียงอย่างเดียว แต่ให้ back to basic กลับไปสู่การซักประวัติและตรวจร่างกายด้วย ในประเทศไทย อย่าลืมถามเรื่อง TB contact และในฐานะหมอเวชศาสตร์ครอบครัว อย่าลืมถาม IFFE (มีงานวิจัยหลายชิ้นบอกว่าผู้ป่วยที่มาขอ check up มี hidden agenda เสมอ) ในผู้สูงอายุ อย่าลืมถามเรื่องสุขภาพช่องปากและฟัน รวมถึงประวัติหกล้มด้วย
การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ
อ้างอิงตามแนวทางการตรวจสุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับประชาชน ฉบับปรับปรุง 2565
1. CBC
ในอายุ 18-60 ปี แค่มีผลหนึ่งครั้งก็เพียงพอแล้ว ที่แนะนำให้ทำเพราะประเทศไทยมี prevalence ของ thalassemia trait อยู่มาก ส่วนคนไข้อายุ 60 ปี ขึ้นไป ให้เจาะปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้นจะมีโอกาส nutritional deficiency จนเกิด anemia ได้
2. FBS
อายุ 35 ปีขึ้นไป แนะนำให้ตรวจคัดกรองทุก 3 ปี
อายุ 60 ปีขึ้นไป แนะนำให้ตรวจคัดกรองทุกปี
3. Total cholesterol & HDL
อายุ 20 ปีขึ้นไป แนะนำให้ตรวจคัดกรองทุก 5 ปี และส่งตรวจ TG เมื่อสงสัย metabolic syndrome
(guideline DLP ฉบับ พ.ศ. 2567 แนะนำเริ่มตรวจเมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป)
4. Creatinine
อายุ 60 ปีขึ้นไป แนะนำให้ตรวจคัดกรองทุกปี จริง ๆ ไม่มี evidence ในต่างประเทศแต่ของไทยแนะนำให้เจาะเนื่องจากผู้สูงอายุอาจมีค่าการทำงานของไตที่ลดลงตามอายุ และอาจส่งผลให้ต้องปรับยาบางชนิด
5. Urinalysis
อายุ 60 ปีขึ้นไป แนะนำให้ตรวจคัดกรองทุกปี ไม่มี international evidence เช่นกัน แต่ expert opinion เห็นว่า เป็น non-invasive test ที่บอกได้หลายภาวะ ไม่ว่าจะเป็น glucosuria, albuminuria, renal calculi เป็นต้น
แม้ว่า guideline กล่าวไว้เช่นนี้ แต่ทางปฏิบัติจริง เราก็อาจจะส่งทั้ง 5 ตัวได้บ่อยกว่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าเจาะเลือดออกมาแล้วผลเป็นอย่างไร คนไข้ของเราก็อาจจะเปลี่ยนจาก general population เป็น population at risk ความถี่ของการเจาะเลือดก็อาจจะบ่อยขึ้น
อย่างไรก็ตามการเจาะเลือดที่ guideline ไม่แนะนำ ก็คือ uric acid, BUN, liver function test หมายรวมถึง AST ALT ด้วย อาจจะพิจารณาเจาะใน population at risk แต่ไม่ได้เจาะในทุกคน เช่น
- uric acid อาจส่งตรวจในคนไข้ที่มีอาการปวดข้อ
- BUN ในคนไข้ที่เจาะ Cr แล้วมีภาวะ AKI หรือคนไข้สูงอายุที่มีภาวะขาดน้ำ
- AST/ALT ในคนไข้ที่มีภาวะอ้วน หรือ LDL สูง ที่สงสัย fatty liver
----------------------------------------------------------------------------------------------
การประชุมวิชาการเวชศาสตร์ครอบครัวรามาธิบดี ครั้งที่ 7
"Crisis to Catalyst: Be Bold, Be Brave, Be Amazing"
หัวข้อบรรยาย "Health Check-ups Across All Ages: Turning Theory into Practice"
วิทยากร
อาจารย์ นายแพทย์ธเนศ แก่นสาร
อาจารย์ แพทย์หญิงอรอนงค์ ชนะจรัญวิทย์
อาจารย์ แพทย์หญิงกนกพร สุขโต
เรียงเรียงโดย
อ.พญ.อรอนงค์ ชนะจรัญวิทย์
#RecapFMRAMA2025



