Sunday , August 9 2020
Breaking News
Home / เรื่องน่ารู้ คู่สุขภาพ / ‘กระโดดเชือก’ ก้าวข้ามโรคหัวใจ

‘กระโดดเชือก’ ก้าวข้ามโรคหัวใจ

‘กระโดดเชือก’ ก้าวข้ามโรคหัวใจ

หากคิดว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ต้องลงทุนด้วยจำนวนเงินมหาศาล เราอยากให้คิดใหม่ เพราะแค่เชือกเส้นเดียว กับรองเท้าคุณก็สามารถก้าวข้ามโรคหัวใจ ภัยเงียบที่กำลังคุกคามสุขภาพคุณ และคนที่คุณรักได้แล้ว

กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พบคนไทยนอนโรงพยาบาลเพราะโรคหัวใจวันละ 1,185 ราย เป็นโรคหัวใจขาดเลือดวันละ 450 รายโดยประมาณ ปี 2555 เสียชีวิต 23.5 คนต่อประชากรแสนคน ปี2556 เสียชีวิต 26.9 คน ต่อประชากรแสนคน และครึ่งปี 2557 เสียชีวิตประมาณ 14 คนต่อประชากรแสนคน คาดว่า ตลอดทั้งปี 2557 คนไทยจะเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจประมาณ 28.6 คนต่อประชากรแสนคน

สาเหตุหลักนอกจากจะมาจากการสูบบุหรี่ เครียด ไม่กินผักผลไม้ ที่สำคัญคือการไม่ยอม “ออกกำลังกาย” แปลกแต่จริงๆ ทั้งๆ ที่รู้ว่าการ “ออกกำลังกาย” เป็นเรื่องสำคัญมาก แต่ผู้คนที่รักตัวแต่ไม่กลัวตาย ก็ยังมีข้ออ้างเพื่อก้าวหนีการก้าวออกไปต่ออายุด้วยการออกออกำลังกายอยู่ดี และหากคิดว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ต้องลงทุนด้วยจำนวนเงินมหาศาล เราอยากให้คิดใหม่ เพราะแค่เชือกเส้นเดียว กับรองเท้า คุณก็สามารถก้าวข้ามโรคหัวใจ ภัยเงียบที่กำลังคุกคามสุขภาพคุณ และคนที่คุณรักได้แล้ว

ประยุทธ มหากิจศิริ นายกสมาคมกระโดดเชือก (ประเทศไทย) แนะเทคนิคก้าวข้ามโรคหัวใจง่ายๆ ด้วยการกระโดดเชือกว่า เริ่มต้นที่เลือกเชือกพลาสติกเส้นเล็กๆ ที่ทำจากยาง หรือ PVC พร้อมปรับความยาวเชือกให้พอเหมาะกับความสูงของตัวเรา โดยวัดได้โดยการยืนเหยียบกึ่งกลางเชือก ดึงด้ามจับทั้งสองข้างขึ้นมาจนตึง ปลายของด้ามจับจะต้องเสมอกับระดับรักแร้พอดี หากเชือกยาวไป ให้ปรับให้สั้นลงถ้าสามารถปรับความยาวจากด้ามจับได้ จากนั้นเลือกรองเท้าที่เหมาะสม ได้แก่รองเท้าครอสเทรนนิ่ง รองเท้ากีฬาในร่มเช่น แบดมินตัน เทนนิส ฯลฯ หรือ รองเท้าวิ่ง

ท่ากระโดดเชือกที่ถูกต้อง จะต้องยืนตัวตรง หลังตรงตามองไปข้างหน้า ยืนเขย่งเปิดส้นเท้าเล็กน้อย เพื่อให้ส่วนของจมูกเท้าทั้งสองข้างเป็นจุดรับน้ำหนักตัว และงอเข่าเล็กน้อย การงอเข่าจะช่วยดูดซับแรงกระแทกจากการกระโดด ส่วนเทคนิคการแกว่งเชือกจะใช้แค่การหมุนข้อมือเป็นหลัก โดยข้อศอกต้องอยู่ใกล้ลำตัวตลอดเวลา และไม่ใช้หัวไหล่ในการออกแรงเหวี่ยงเชือก โดยเริ่มกระโดดเท้าคู่ และกระโดดให้ต่ำที่สุดเพื่อให้เชือกลอดผ่านไปได้เท่านั้น โดยควรเริ่มกระโดดแค่ 3-5 นาที ใน 1-2 อาทิตย์แรก เพื่อให้ร่างกายปรับตัว จากนั้นค่อยๆ เพิ่มเวลาให้มากขึ้นทีละนิด

สำหรับผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนเลย หรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ไม่ควรกระโดดต่อเนื่องทีเดียว แต่ให้กระโดดติดต่อกันแค่ 1 นาที สลับด้วยการพัก 1 นาที จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มเวลารวมที่ใช้กระโดดให้ได้มากขึ้น และลดเวลาที่พักลง เพื่อให้ร่างกายได้ค่อยๆ ปรับตัว ลดอาการปวดเมื่อย และการบาดเจ็บ จากการวิจัยพบกว่าการกระโดด

เชือกที่ 120 รอบ/นาที ช่วยเผาผลาญพลังงานได้นาทีละ 13 กิโลแคลอรี หรือ กระโดดเชือก 10 นาทีเทียบเท่ากับการวิ่งจ็อกกิ้ง 30 นาที แถมแรงกระแทกที่เกิดยังน้อยกว่าการวิ่งอีกต่างหาก ไม่เพียงเท่านั้นการออกกำลังกายที่เรียบง่ายนี้ ช่วยเพิ่มความทนทานแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อและเพิ่มการกระตือรือร้น กระฉับกระเฉง ช่วยเสริมสร้างพัฒนาระบบประสาทสั่งการ และประสานการทำงานของอวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี และเสริมสร้างจินตนาการได้อย่างบรรเจิด เหนืออื่นใดช่วยทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจมีความแข็งแรงทนทาน ช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคหัวใจได้อย่างดีเยี่ยม

ย้ำอีกครั้งว่า การกระโดดเชือกเป็นการออกกำลังกายประเภทแอโรบิก ที่ใช้กล้ามเนื้อ แขน ขา อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้หัวใจเต้นช้าลง สูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้ครั้งละปริมาณมาก ทำให้ปอดขยายใหญ่ และกักเก็บออกซิเจนได้มากขึ้นจริงๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการสุดสัปดาห์ โดย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ ประยุทธ มหากิจศิริ นายกสมาคมกระโดดเชือก (ประเทศไทย)

About admin

Check Also

13576813_1756110354605191_2265385601167588811_o

“เป็นไปไม่ได้” ตรวจเลือด 1 หยดรู้ไปเสียทุกโรค…

“เป็นไปไม่ได้” ตรวจเลือด 1 หยดรู้ไปเสียทุกโรค… กระแสในโลกออนไลน์ของการตรวจเลือด 1 หยดรู้ทุกโรค หรือตรวจหาสารโลหะหนักในร่างกายด้วยการส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์เรียกได้ว่า มาแรงมากๆ แต่มันสามารถทำแล้วตรวจหาโรคสารพัดได้จริงๆ หรือ? หลายคนต่างพากันสงสัย วันนี้ อ.นพ.ศักดา อาจองค์ …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Free mockups