Thursday , October 22 2020
Breaking News
Home / เรื่องน่ารู้ คู่สุขภาพ / สืบหาความเสี่ยงต่อโรคเอสแอลอี

สืบหาความเสี่ยงต่อโรคเอสแอลอี

สืบหาความเสี่ยงต่อโรคเอสแอลอี

โรคเอสแอลอี หรือโรคลูปุส เป็นโรคที่เกิดจากภูมิต้านทานในร่างกายของเราชนิดหนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงไป ภูมิต้านทานชนิดนี้เป็นโปรตีนในเลือดชนิดหนึ่งที่เรียกว่า แอนติบอดี โดยปกติแล้วจะมีหน้าที่จับและทำลายสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคจากภายนอกร่างกาย แต่โปรตีนชนิดนี้ในผู้ป่วยโรคลูปุสจะจับและทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะต่าง ๆ ของผู้ป่วยเอง ขึ้นอยู่กับว่าจะจับอวัยวะส่วนใด เช่น ถ้าจับที่ผิวหนังก็จะทำให้เกิดผื่น ถ้าจับกับไตก็จะทำให้เกิดการอักเสบของไต จับกับเยื่อหุ้มข้อ ก็จะเกิดข้ออักเสบ ทำให้โรคลูปุสจัดเป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง

คำว่า “ลูปุส” แปลว่า สุนัขป่า เนื่องจากแพทย์สมัยก่อนมองว่าผื่นที่แก้มและที่หน้า ที่เกิดในผู้ป่วยโรคลูปุสมีลักษณะคล้ายร่องรอยที่เกิดจากการทำร้ายโดยสุนัขป่า ซึ่งจริงๆ แล้วโรคนี้ไม่มีส่วนใดเกี่ยวข้องกับสุนัขป่าทั้งสิ้น
ใครจะมีโอกาสป่วยเป็นโรคเอสแอลอี บ้าง? .. ผู้ป่วยด้วยโรคเอสเเอลอี ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงอายุระหว่าง 20-45 ปี โดยมีอายุเฉลี่ยประมาณ 30 ปี ผู้หญิงมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชายประมาณ 9-10 เท่า พบได้ในทุกเชื้อชาติ จะพบในคนผิวดำและผิวเหลืองมากกว่าผิวขาว จะพบมากในบริเวณเอเชียตะวันออก เช่นในประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง และจีน จากความรู้ของแพทย์ที่เพิ่มขึ้นประกอบกับความตระหนักรู้ของประชาชนทำให้พบผู้ป่วยโรคเอสแอลอี เพิ่มมากขึ้น

อะไรเป็นสาเหตุของโรคเอสแอลอี ? .. ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของโรคเอสแอลอี แน่ชัด แต่มีหลักฐานที่บ่งบอกว่าจะเกิดจากปัจจัยเหล่านี้ร่วมกันคือ
1) กรรมพันธุ์
2) ฮอร์โมนเพศหญิง
3) ภาวะติดเชื้อบางชนิด โดยเฉพาะเชื้อไวรัส นอกจากนี้เรายังทราบว่ามีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้ผู้ป่วยที่เป็นหรือมีโอกาสเป็นโรคเอสแอลอี มีอาการรุนแรงขึ้น เช่น แสงแดด โดยเฉพาะแสงอุลตร้าไวโอเลต การตั้งครรภ์ รวมถึงยาบางชนิด

ลักษณะอาการของโรคเอสแอลอี มีลักษณะการแสดงออกได้หลากหลายลักษณะ อาจมีอาการเฉียบพลันและรุนแรงหรือมีอาการค่อยเป็นค่อยไปเป็นระยะเวลานานหลายปี อาจมีอาการแสดงออกของหลายอวัยวะในร่างกายพร้อมๆ กัน หรือมีการแสดงออกเพียงอวัยวะหนึ่งทีละอย่างก็ได้ มีอาการเป็นๆ หายๆ ได้ แต่ลักษณะเฉพาะของโรคเอสแอลอี คือ ผู้ป่วยจะมีอาการในหลายระบบของร่างกาย โดยจะเกิดขึ้นพร้อมกันหรือไม่พร้อมกันก็ได้
หากสงสัยว่าเป็นโรคเอสแอลอี จะสังเกตตนเองได้อย่างไรบ้าง ..

1) เมื่อมีไข้ไม่ทราบสาเหตุนานเป็นเดือน
2) เมื่อมีอาการปวดบวมตามข้อ
3) เมื่อมีผื่นคันที่หน้า โดยเฉพาะเวลาถูกแสงแดด
4) เมื่อมีผมร่วงมากขึ้น
5) เมื่อมีอาการบวมตามหน้า ตามเท้า

ด้านการวินิจฉัยโรคเอสแอลอี แพทย์จะใช้เกณฑ์ที่ประกอบด้วยลักษณะอาการ และการตรวจทางห้องปฏิบัติการดังนี้

1) มีผื่นที่หน้า
2) มีผื่นเป็นวง
3) มีผื่นแพ้แสง
4) มีแผลในปาก
5) มีข้ออักเสบ
6) มีเยื่อหุ้มปอด หรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ
7) มีไตอักเสบ
8) มีอาการทางระบบประสาท เช่น ชัก คลุ้มคลั่ง
9) มีอาการทางระบบเลือด เช่น โลหิตจาง เม็ดเลือดขาวหรือเกร็ดเลือดต่ำ
10) -11) มีผลการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการเฉพาะอย่างให้ผลบวก 2 ข้อขึ้นไป

หากผู้ป่วยมีลักษณะเหล่านี้เกิน 4 ใน 11 ประการ แพทย์จะให้การวินิจฉัยว่าเป็นโรคเอสแอลอี

ขอบคุณข้อมูลจาก ผศ.นพ.กิตติ โตเต็มโชคชัยการ หน่วยโรคภูมิแพ้ อิมมูโนวิทยาและโรคข้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
#RamaChannel

About admin

Check Also

13576813_1756110354605191_2265385601167588811_o

“เป็นไปไม่ได้” ตรวจเลือด 1 หยดรู้ไปเสียทุกโรค…

“เป็นไปไม่ได้” ตรวจเลือด 1 หยดรู้ไปเสียทุกโรค… กระแสในโลกออนไลน์ของการตรวจเลือด 1 หยดรู้ทุกโรค หรือตรวจหาสารโลหะหนักในร่างกายด้วยการส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์เรียกได้ว่า มาแรงมากๆ แต่มันสามารถทำแล้วตรวจหาโรคสารพัดได้จริงๆ หรือ? หลายคนต่างพากันสงสัย วันนี้ อ.นพ.ศักดา อาจองค์ …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Free mockups