อันตรายจาก “ข้อเท้าพลิก” ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

ช่วงนี้เวที Miss Universe 2016 กำลังเป็นที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะสาวน้ำตาล ชลิตา ตัวแทนประเทศไทยที่หลายคนเห็นผลงานการพรีเซนต์ชุดว่ายน้ำกันไปแล้วก็ต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าเป๊ะปังอลังการเสียจริงๆ ยังไงก็ขอส่งกำลังใจให้ด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้ยังมีอีกหนึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นในรอบโชว์ชุดว่ายน้ำนั่นก็คือมิสเวียดนาม ที่เดินข้อเท้าพลิกบนส้นสูงกลางเวที สร้างความตกอกตกใจให้กับคนรอบข้างไม่น้อย แต่สุดท้ายเธอก็สามารถทรงตัวได้ใหม่และเดินเริ่ดเชิดสวยต่อไปจนจบ ก็ต้องปรบมือให้จริงๆ กับการแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าของเธอ

เห็นนางงามข้อเท้าพลิกแล้วก็ทำให้นึกถึงอาการข้อเท้าพลิกที่หลายๆ คนก็คงเคยเป็น ว่าแต่อาการนี้มีอันตรายมากน้อยแค่ไหน วันนี้จะได้รู้ไปพร้อมๆกัน โดยส่วนมากอาการข้อเท้าพลิกเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยในปัจจัยที่แตกต่างกันไป ปัจจัยหลักๆ มักมาจากการเดินและการเล่นกีฬา อย่างการเดินบนส้นสูงที่ทำให้สาวๆ ข้อเท้าพลิกก็จะเป็นในเรื่องของการเดิน รวมถึงการเดินบนพื้นที่ต่างระดับ การเดินบนพื้นที่ขรุขระ การก้าวบันไดผิดขั้นก็อาจทำให้ข้อเท้าพลิกได้ ส่วนในผู้ชายมักเกิดจากการเล่นกีฬา รวมถึงผู้สูงอายุก็อาจข้อเท้าพลิกจากปัญหาการทรงตัว หรือสายตาไม่ดี ฯลฯ ทำให้อาการข้อเท้าพลิกที่ว่าสามารถเกิดได้ในทุกเพศทุกวัยเท่าๆ กัน

อาการข้อเท้าพลิกส่วนมากมักเป็นการพลิกเข้าด้านใน กล่าวคือฝ่าเท้าหันเข้าสู่ภายในร่างกาย แล้วเกิดอาการเจ็บที่ด้านนอกบริเวณตาตุ่ม เนื่องจากเส้นเอ็นในบริเวณดังกล่าวเกิดการยืด ทำให้บาดเจ็บ แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

  • ระยะแรก จะเป็นอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
  • ระยะสอง เป็นอาการบาดเจ็บจากเส้นเอ็นที่ฉีกขาด แต่ไม่ถึงครึ่งของเส้นเอ็น
  • ระยะสาม เส้นเอ็นฉีกขาดทั้งหมด

อาการของข้อเท้าพลิก บริเวณเส้นเอ็นที่ได้รับผลกระทบจะบวม แดง เกิดการอักเสบ หากถึงขั้นฉีกขาด อาจเกิดอาการบวมที่เนื้อเยื่อ และมีอาการปวดร่วมด้วย โดยอาการของข้อเท้าพลิกมักส่งผลกระทบที่เส้นเอ็นโดยตรง ไม่ส่งผลกระทบต่อข้อต่อหรือกระดูก เว้นแต่ว่าอาการรุนแรงมากๆ จึงส่งผลข้างเคียง อย่างในผู้สูงอายุที่กระดูกบาง เวลาข้อเท้าพลิกเส้นเอ็นอาจไปกระชากกระดูกให้หักไปด้วย ส่วนในคนที่เล่นกีฬา กระดูกมักจะหักจากการเล่นกีฬามากกว่า

บางครั้งมีรอยช้ำของเลือดเกิดขึ้น ส่วนมากมักมีผลมาจากเส้นเอ็นที่ฉีกขาด แต่บางครั้งก็อาจเป็นเพราะกระดูกหัก โดยวิธีแยกระหว่างกระดูกหักหรือเส้นเอ็นขาด ต้องใช้วิธีตรวจร่างกายถึงจะรู้ผล แต่สำหรับการตรวจเช็คอาการเบื้องต้น แพทย์จะใช้มือกดเพื่อหาตำแหน่งที่เจ็บที่สุด หากกดที่กระดูกแล้วเจ็บด้วยก็อาจเป็นไปได้ว่ากระดูกอาจจะหักร่วมด้วย จากนั้นก็จะ X-Ray ตามลำดับเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

สำหรับการรปฐมพยาบาลเบื้องต้นใช้หลักการของ RICE ได้แก่

  • Rest – พัก หากทำกิจกรรมอะไรอยู่ต้องหยุดพัก ไม่ว่าจะเดินหรือเล่นกีฬา
  • Ice – น้ำแข็ง คือการประคบเย็น เพื่อให้เส้นเลือดหดตัว และไปเลี้ยงที่ตำแหน่งบาดเจ็บลดลง ลดอาการบวมช้ำ
  • Compression – รัด เพื่อให้เกิดอาการบวมน้อยลง
  • Elevation – การยกให้สูงขึ้น เพื่อให้เลือดไหลงได้สะดวก ช่วยลดอาการบวม

อาการของข้อเท้าพลิก ส่วนมากมักบวมแดง อาจมีอาการปวดร่วมด้วย แต่ถ้าหากถึงขั้นที่ผู้ป่วยไม่สามารถลงน้ำหนักตัวได้ อาจเป็นไปได้ว่าระยะอาการอยู่ในขั้นที่สามคือเส้นเอ็นฉีกขาดทั้งหมด หรืออาจกระดูกหักร่วมด้วย ไม่แนะนำให้เดิน แต่ควรอยู่นิ่งๆ จะดีที่สุด โดยวิธีรักษาแพทย์จะต้องตรวจสอบอาการโดยละเอียดแล้วรักษาตามอาการที่เป็น

หากข้อเท้าพลิกในระดับที่เส้นเอ็นฉีกขาดหมด จากข้อเท้าพลิกเพียงอย่างเดียว การรักษาจะเป็นแบบประคับประคอง แต่ถ้าหากข้อเท้าพลิกร่วมกับบิดหมุน อาจทำให้ข้อไม่มั่นคง (ข้อหลวม) เส้นเอ็นบวม กระดูกเคลื่อนและอาจเกิดการร้าวของกระดูก อาการแบบนี้ไม่สามารถใส่เฝือกได้ แต่จะต้องผ่าตัดเพื่อทำการรักษา

โดยปกติถ้าหากเป็นอาการข้อเท้าพลิกธรรมดาไม่รุนแรง จะสามารถรักษาตัวที่บ้านได้ โดยการทานยาแก้ปวด ซึ่งอาการปวดจะลดลงภายใน 2-3 วัน และหายภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่ถ้ารุนแรงถึงขั้นข้อหลวม จะไม่สามารถรักษาเองได้ ให้สังเกตอาการหลังผ่านไป 2-3 เดือน ถ้ายังปวดอยู่อาจเสี่ยงต่ออาการของข้อหลวม ควรรีบพบแพทย์ นอกจากข้อหลวมยังมีอาการอื่นที่ไม่สามารถรักษาเองได้ เช่น กระดูกอ่อนมีการบาดเจ็บ หรือมีผังพืดเกิดเยอะและขัดภายในข้อ วิธีสังเกตอาการให้ยึดที่อาการปวดเป็นหลัก ถ้าทานยาแล้วอาการปวดไม่ลดลงเลย หรือเป็นมากขึ้นหลังผ่านไป 2-3 วัน ควรให้แพทย์ดูอาการ

สำหรับวิธีสังเกตว่าเกิดอาการข้อหลวมหรือไม่ ส่วนมากมักเกิดร่วมกับการบิดหมุนในระหว่างที่ข้อเท้าพลิก ถ้าหากพลิกธรรมดาโอกาสน้อยที่จะเกิด หรือให้สังเกตอาการเจ็บ ถ้าหากเจ็บด้านนอกเพียงอย่างเดียว อาจไม่ใช่ข้อหลวม แต่ถ้าหากมีอาการเจ็บทั้งด้านนอกและด้านใน โดยเฉพาะการพลิกที่มีการบิดหมุนด้วย มีโอกาสเกิดสูงมาก แนะนำให้รีบพบแพทย์โดยด่วน

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ประสบกับข้อเท้าพลิก มีโอกาสสูงมากที่จะเกิดซ้ำอีกภายในปีเดียวกัน เพราะเส้นเอ็นได้รับผลกระทบ แนะนำให้ทำการบริหารจะช่วยได้ สำหรับท่าบริหาร ทำดังนี้

  • ท่าที่ 1 นั่งเหยียดเข่าแล้วเอาผ้าดึงที่ปลายเท้า เพื่อยืดเส้นเอ็นร้อยหวาย
  • ท่าที่ 2 เมื่อดีขึ้นแล้วให้ลุกขึ้นแล้วยืนบริเวณกำแพง ขาข้างที่เจ็บไว้ด้านหลัง ขาข้างปกติไว้ด้านหน้า งอเข่าขาด้านหน้าลง ให้ส้นเท้าขาข้างที่เจ็บติดพื้นตลอดเวลา เพื่อยืดเส้นเอ็นร้อยหวาย ท่านี้จะเป็นการลงน้ำหนัก ซึ่งน้ำหนักจะเป็นตัวช่วย
  • ท่าที่ 3 บิดข้อเท้าออกด้านข้างแล้วเกร็งไว้ บิดออกข้างนอก รวมถึงกระดกข้อเท้าด้วย
  • ท่าที่ 4 บิดข้อเท้าออกด้านนอก แต่มีการถ่วง โดยการเอายางยึดเท้ากับเสา รวมถึงการกระดกข้อเท้าและหมุนข้อเท้าออกด้านนอก เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อมัดหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงสำหรับข้อเท้า
  • ท่าที่ 5 ฝึกการทรงตัวโดยการเดินบนหมอนเก่า หรืออะไรที่นุ่มๆ เมื่อเดินเก่งแล้วลองหลับตาเดิน

สำหรับข้อสงสัยที่ว่าจะสามารถแยกได้อย่างไรระหว่างอาการข้อเท้าพลิกและเส้นเอ็นอักเสบ คำตอบคืออาการข้อเท้าพลิกและเส้นเอ็นอักเสบเป็นอาการเดียวกัน เพียงแต่ข้อเท้าพลิกเป็นการเรียกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและทำให้เกิดอาการเส้นเอ็นอักเสบ และสำหรับข้อสงสัยที่ว่าการใช้ผ้าพันข้อเท้าไว้ อาจทำให้บวมมากขึ้นจริงหรือไม่ คำตอบคือมีส่วนถ้าหากพันแน่นเกินไป โดยการพันผ้าที่ดีควรพันในแรงตึงที่พอดี และพันให้ถูกวิธี จะช่วยบรรเทาอาการได้ เช่น ถ้าหากเท้าพลิกไปด้านหนึ่งให้พันเพื่อดังกลับมาอีกด้านหนึ่ง วิธีการนี้อาจต้องเรียนรู้ก่อน และการพันผ้าอย่าพันเป็นวงๆ ขึ้นไป เพราะจะทำให้บวมมากขึ้น แต่ให้พันเป็นเลขแปดหรือพันไขว้เพื่อประคับประคองตัวของข้อเท้าเอาไว้

สุดท้ายนี้สำหรับวิธีป้องกันข้อเท้าพลิก คือการบริหารให้ข้อแข็งแรงเสมอ หากเกิดเหตุการณ์ก็จะช่วยให้อาการไม่รุนแรง รวมถึงระวังเรื่องการเดิน หากต้องเดินในพื้นที่ขรุขระ ควรระวังให้มาก และหลีกเลี่ยงการเดินในที่มืด หลายครั้งเรามักพบว่าคนที่เดินบันไดบ้านตัวเอง ไม่เปิดไฟหรือเปิดไม่เพียงพอ ทำให้ก้าวพลาดและเกิดอุบัติเหตุทำให้ข้อเท้าพลิก รวมถึงการเล่นกีฬา ควรปฏิบัติให้เหมาะสมกับประเภทกีฬาที่เล่น เช่น การสวมใส่รองเท้าที่เหมาะกับกีฬาประเภทนั้นๆ อย่างการเล่นบาสเกตบอลไม่ควรสวมรองเท้าวิ่ง เพราะไม่หุ้มข้อ แต่ควรสวมรองเท้าสำหรับบาสเกตบอลโดยเฉพาะ ที่ช่วยประคับประคองข้อเท้าเอาไว้

Untitled-2-01-01

ข้อมูลจาก รายการพบหมอรามา ช่วงลัดคิวหมอ ข้อเท้าพลิก วันที่ 11 ธันวาคม 2558

อ. พญ.อรพิชญา ไกรฤทธิ์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ และ อ. นพ.ศิวดล วงค์ศักดิ์ ภาควิชาออร์โธปิดิกส์

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล