ทำความรู้จักกับ “Simvastatin” ยาลดไขมันในเลือด ให้เข้าใจและใช้ให้ถูกต้อง

“Simvastatin” หรือยาลดไขมันในเลือด เป็นยาที่หลายคนซื้อทานเองตามร้านขายยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ มีจุดประสงค์คือต้องการลดปริมาณไขมันในเลือดในภาวะที่ตรวจพบไขมันในเลือดสูงเกินไป ขณะเดียวกันก็ยังพบว่าผู้ที่ซื้อยาชนิดดังกล่าวมาทานเองจะมีอาการปวดศีรษะและนอนไม่หลับ ทั้งยังมีความสงสัยถึงผลข้างเคียงของการใช้ยาชนิดนี้ต่อเนื่องในระยะยาว จึงมีข้อชี้แจงจากแพทย์ถึงตัวยาชนิดดังกล่าวนี้

“Simvastatin” หรือยาลดไขมันในเลือดมีคุณสมบัติคือใช้รักษาภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากไขมันในเลือดสูง และลดความเสี่ยงการเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ หลอดเลือดสมองอุดตัน

กลไกการออกฤทธิ์ของตัวยาคือการยับยั้งเอนไซม์ตัวหนึ่งในร่างกาย ทำให้เอนไซม์ไม่ทำงาน ซึ่งเอนไซม์ดังกล่าวเกี่ยวกับการสร้างคอเลสเตอรอล ทำให้ปริมาณคอเลสเตอรอลลดลง ทั้งยังช่วยขับไขมันชนิดไม่ดี (LDL) ออกจากร่างกาย โดยตัวยาจะออกฤทธิ์ในระยะเวลา 2-6 สัปดาห์ สามารถลดคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ 30-50%

ข้อควรระวังของการใช้ยา Simvastatin ได้แก่ ห้ามใช้กับผู้ป่วยที่แพ้ยานี้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์เด็ดขาด ไม่ควรใช้ในหญิงที่กำลังให้นมบุตร และห้ามใช้กับผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับตับและไต นอกจากนี้การทานยาชนิดดังกล่าวควรได้รับการปรึกษาจากแพทย์เริ่มต้นจากให้แพทย์ประเมินปริมาณไขมันในเลือดก่อน เพื่อให้แพทย์กำหนดปริมาณการใช้ยาที่เหมาะสมแต่โดยทั่วไปยาชนิดนี้ไม่ควรทานเกิน 40 มิลลิกรัมต่อวัน

สำหรับผลข้างเคียงของยาชนิดนี้ อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ มวนท้อง แต่จะไม่รุนแรงและอาการจะดีขึ้นหลังใช้ไปประมาณ 1-2 เดือน แต่ควรระวังอาการที่ไม่ใช่ผลข้างเคียงของยานั่นก็คืออาการปวดกล้ามเนื้อ เช่น กดบริเวณกล้ามเนื้อแล้วเจ็บ เดินแล้วปวดน่อง อ่อนเพลีย อ่อนล้า มีปัสสาวะเปลี่ยนสีเป็นสีดำหรือสีน้ำตาล อาจเกิดจากกล้ามเนื้อที่แตกสลายแล้วขับผ่านไตออกมาเป็นสีเข้ม ภาวะนี้ควรหยุดยา Simvastatin ทันทีแล้วพบแพทย์ และควรระวังปัญหาเรื่องยาที่มีปฏิกิริยาต่อกัน ดังนั้นก่อนรับยาควรแจ้งให้แพทย์ทราบเสมอว่าปกติใช้ยาชนิดไหนอยู่บ้าง

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก รายการ Rama Square ช่วง Daily Expert วันที่ 21 มีนาคม 2560
ภก.วิชญ์ภัทร ธรานนท์ เภสัชกรคลินิก ฝ่ายเภสัชกรรม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล