โรคกลัว (phobia) อาการทางจิตที่ควรระวัง,กลัวที่แคบ,กลัวความสูง,กลัวอะไรแปลกๆอันตรายอย่างไร
Home
โรคกลัว (phobia) อาการทางจิตที่ควรระวัง
โรคกลัว (phobia) อาการทางจิตที่ควรระวัง

คนทุกคนมีความกลัวไม่เหมือนกัน กลัวในเรื่องแปลก ๆ เช่น กลัวที่แคบ กลัวความมืด กลัวความสูง หรือกลัวสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งความกลัวเหล่านี้ถ้าไม่สามารถควบคุมได้ หรือมีระดับความรุนแรงมาก จนส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคที่เรียกว่า โรคกลัว อย่างจำเพาะเจาะจงหรือ specific phobia ได้

โรคกลัว (phobia) อาการทางจิตที่ควรระวัง,กลัวที่แคบ,กลัวความสูง,กลัวอะไรแปลกๆอันตรายอย่างไร

โรคกลัว คืออะไร ?

เป็นโรควิตกกังวลชนิดหนึ่งที่จะมีอาการกลัวขั้นรุนแรงต่อสถานการณ์หรือบางสิ่งบางอย่างโดยจะไม่ค่อยมีเหตุผลแต่ก็ไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้เกิดปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน จนอาจจะมีอาการคล้ายโรคแพนิก ได้แก่ ใจสั่น ใจเต้นแรง หายใจเร็ว มือเท้าเย็น ท้องไส้ปั่นป่วน และเวียนหัวตาลาย

โรคกลัวเกิดจากอะไร ?

ในทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุของโรคอย่างชัดเจน แต่พบว่าอาจเกิดจาก

  • เคยมีปัญหาหรือเรื่องราวในอดีตที่ฝังใจ 
  • พบเจอ ได้ยิน หรือเห็นเหตุการณ์ที่กระทบต่อจิตใจ
  • พันธุกรรม
  • ความผิดปกติของสมอง
  • ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ

โรคกลัว (phobia) อาการทางจิตที่ควรระวัง,กลัวที่แคบ,กลัวความสูง,กลัวอะไรแปลกๆอันตรายอย่างไร

โรคกลัว มีอาการอย่างไร ?

  • ตื่นกลัว
  • วิตกกังวลรุนแรง
  • ควบคุมตัวเองไม่ได้
  • หัวใจเต้นเร็ว 
  • ความดันเลือดสูง 
  • หายใจถี่ 
  • เหงื่อออก
  • ปวดหัว เวียนหัว
  • พูดติดขัด
  • ปากแห้ง
  • คลื่นไส้
  • มือ เท้า ตัวสั่น
  • เป็นลมหมดสติ
  • กล้ามเนื้อตึงชา

กลัวแบบไหนถึงจะเข้าข่าย โรคกลัว 

อาการกลัวของโรคกลัวติดต่อกันเป็นเวลานาน ส่วนมากจะมีอาการทั้งทางกายและจิตใจ ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันลำบาก เช่น ต้องหลีกเลี่ยงบางสถานที่ ไม่สามารถเดินทางโดยยานพาหนะบางประเภท หรือถ้าต้องไปก็อาจมีความเครียด-กังวลอย่างมาก โดยหากมีลักษณะดังกล่าวเป็นเวลานานควรไปพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อเข้ารับคำปรึกษา

การป้องกันโรคกลัว

สิ่งสำคัญในการป้องกันโรคกลัว คือ การค่อย ๆ ฝึกที่จะเผชิญกับปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกกลัวนั้น ๆ ฝึกการผ่อนคลายตัวเองเมื่อเกิดความเครียดขึ้น ผู้คนรอบข้างคอยให้กำลังใจและสนับสนุนให้เผชิญกับสิ่งที่ทำให้เขากลัว

โรคกลัว (phobia) อาการทางจิตที่ควรระวัง,กลัวที่แคบ,กลัวความสูง,กลัวอะไรแปลกๆอันตรายอย่างไร

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคกลัว

  • กระทบต่อความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ทั้งเพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก 
  • ขาดโอกาสในการเข้าสังคม
  • เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยวไม่มีความสุข 
  • โรคซึมเศร้า เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 
  • อาจใช้วิธีจัดการกับความเครียดอย่างไม่เหมาะสม เช่น การใช้สารเสพติดหรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

โรคกลัวอย่างจำเพาะเจาะจงมีกี่ประเภท

  • กลัวสัตว์ เช่น สุนัข แมว นก แมลงต่าง ๆ กลัวในบางสถานการณ์ เช่น ที่แคบ ที่สูง การโดยสารยานพาหนะ เช่น เครื่องบิน เรือ การดำน้ำ
  • ภัยธรรมชาติ เช่น ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า แผ่นดินไหว
  • การพบเห็นเลือด เช่น เกิดอุบัติเหตุเลือดออก การฉีดยา การเจาะเลือด ให้เลือด 
  • กลัวสิ่งอื่น ๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว เช่น สิ่งของต่าง ๆ เสียงดัง

โรคกลัว ที่พบได้บ่อย

  1. กลัวที่แคบ (claustrophobia)
    จะมีอาการอึดอัด ใจสั่น หายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อต้องอยู่ในที่แคบ ๆ ไม่ปลอดโปร่ง
  2. กลัวเลือด (hemophobia)
    ความรู้สึกกลัวอย่างรุนแรงเมื่อเห็นเลือด จะมีอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม
  3. กลัวเครื่องบิน (aerophobia)
    หวาดกลัวหรือกังวลว่าเครื่องบินจะตก พื้นฐานของคนที่กลัวเครื่องบินมาจากการกลัวความสูงหรือกลัวที่แคบมาก่อน
  4. กลัวความสูง (acrophobia)
    มีความรู้สึกกลัวใจสั่น มือขาสั่น ไม่กล้ามอง เมื่อต้องอยู่บนที่สูง ๆ บางคนอาจกลัวจนเกิดอาการช็อกได้
  5. กลัวเชื้อโรค (mysophobia)
    มีความกลัวและกังวลเกี่ยวกับสิ่งสกปรกหรือเชื้อโรคต่าง ๆ กลัวที่จะสัมผัสกับสิ่งของสาธารณะ โรคนี้จะทำให้คนที่เป็นรักความสะอาดมาก ๆ ทำความสะอาดอยู่ตลอดเวลา
  6. กลัวเข็ม (needle phobia)
    ความกลัวเมื่อเห็นเข็มส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับเข็มฉีดยา ทำให้มีอาการใจสั่น ใจเต้นแรง หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม

 

การรักษาโรคกลัว

  • ปรับพฤติกรรมและฝึกจิตใจ เช่น การออกกำลังกายหรือการนั่งสมาธิ ค่อย ๆ ฝึกเผชิญจากสิ่งที่กลัวเล็กน้อยไปสิ่งที่กลัวมาก
  • ฝึกปรับความคิด เช่น การให้กำลังใจตัวเอง คิดเรื่องผ่อนคลายสบายใจเมื่อเผชิญ
  • พบจิตแพทย์เพื่อรับการรักษาแบบจิตบำบัด
  • ใช้ยา เช่น ยาคลายเครียด ยารักษาโรควิตกกังวล
  • ติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเป็นโรคกลัวควรปฏิบัติตัวอย่างไร ?

  • กล้าเผชิญกับสิ่งที่กลัว
  • ทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความวิตกกังวล เช่น การออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ฟังเพลง
  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และดีต่อสุขภาพ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • มีปฏิสัมพันธ์ ติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นในสังคม

 

ข้อมูลจาก

ผศ. นพ.คมสันต์ เกียรติรุ่งฤทธิ์

ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ 

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี 

มหาวิทยาลัยมหิดล

บทความที่เกี่ยวข้อง

หลงลืม บ่อย สับสน หลงทาง อาการปกติในวัยผู้สูงอายุที่เป็นสัญญาณของ โรคสมองเสื่อม ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
หลงลืม บ่อย สับสน หลงทาง อาการปกติในวัยผู้สูงอายุที่เป็นสัญญาณของโรคสมองเสื่อมซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
Article
20-06-2024

1

เมื่อ อายุ 30 ปี ขึ้นไป เป็นวัยเริ่มเสี่ยงโรค แล้วถ้าอยากมีสุขภาพดี จะมีวิธีชะลอความเสี่ยงโรคที่จะเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง
เมื่ออายุ 30 ปี ขึ้นไป เป็นวัยเริ่มเสี่ยงโรคแล้วถ้าอยากมีสุขภาพดี จะมีวิธีชะลอความเสี่ยงโรคที่จะเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง
Article
19-06-2024

2

ปวดท้องน้อย ประจำเดือนมามาก มากะปริดกะปรอย ปัญหาของผู้หญิงหลายคนอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะ ถุงน้ำในรังไข่ หรือ ซีสต์
ปวดท้องน้อย ประจำเดือนมามาก มากะปริดกะปรอย ปัญหาของผู้หญิงหลายคนอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะ ถุงน้ำในรังไข่ หรือ ซีสต์
Article
18-06-2024

2

ยาแก้แพ้ น้ำมูก
ยาแก้แพ้ ยาสามัญประจำบ้านของใครหลาย ๆ คน ที่ช่วยเรื่องอาการแพ้ น้ำมูกไหล ไอ จาม แต่ถ้าหากรับประทานมากหรือบ่อยเกินไปอาจทำให้สมองเสื่อม เป็นความจริงหรือไม่ ? รีบทำความเข้าใจก่อนจะสายเกิน
Article
17-06-2024

23