เชื้อเอชไพโลไร
Home
เชื้อเอชไพโลไร แบคทีเรียเหตุโรคกระเพาะอาหาร สู่มะเร็ง
เชื้อเอชไพโลไร แบคทีเรียเหตุโรคกระเพาะอาหาร สู่มะเร็ง

เชื้อโรคเอชไพโลไรเป็นเชื้อโรคที่ทำให้เกิดการอักเสบของกระเพาะอาหาร ซึ่งพบว่า ถ้าเราได้รับเชื้อตัวนี้ในระยะยาว มันจะทำให้เกิดกระเพาะอักเสบและเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้

เชื้อโรคเอชไพโลไรติดโดยการกินเชื้อโรคเข้าไป

การกินเชื้อโรคเข้าไปก็มีหลายแบบ ตั้งแต่อาหารปนเปื้อนเชื้อโรคตัวนี้ แล้วเรากินเข้าไป หรือติดจากเนื้อเยื่อคัดหลั่ง สารคัดหลั่งที่ปนเปื้อนแล้วกินเข้าไป เช่น การคลอดลูก แล้วลูกได้รับเชื้อจากแม่ อันนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่ง แต่แน่ ๆ คือ ได้รับเชื้อโรคโดยการกินเข้าไปซึ่งตอบไม่ได้ว่าอาหารเหล่านั้นติดมากน้อยแค่ไหน สิ่งสำคัญก็คือ ถ้ามีอาหารปวดอึ แน่นท้อง ก็อาจจะมาจากสาเหตุเชื้อโรคตัวนี้ได้

การติดเชื้อโรคเอชไพโลไรใหม่ ๆ

อาจจะทำให้กระเพาะอาหารอักเสบและปวดท้องธรรมดา แต่ถ้าติดไปนาน ๆ จะทำให้เกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร ซึ่งมะเร็งกระเพาะอาหารมีลักษณะหลายรูปแบบ ตั้งแต่มะเร็งเยื่อบุกระเพาะอาหารซึ่งอันนี้รักษาโดยการผ่าตัด และมะเร็งต่อมน้ำเหลืองของกระเพาะอาหาร พวกนี้เมื่อเกิดการอักเสบ จะทำให้เกิดตัวน้ำเหลืองหรือเม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า Lymphocyte ขยายตัวมากขึ้น ก็จะเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดไม่รุนแรงของกระเพาะอาหาร ซึ่งรักษาได้โดยการกำจัดเชื้อเอชไพโลไรตัวนี้

โดยปกติเราต้องได้รับการทดสอบก่อนว่ามีการติดเชื้อโรคตัวนี้หรือไม่ เพราะบางครั้งอาการปวดท้องอาจจะเป็นแค่โรคกระเพาะทั่วไปก็ได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการติดเชื้อโรคเอชไพโลไรตัวนี้ แต่ที่สำคัญคือ ถ้าเราปวดท้องมาเป็นระยะเวลานาน รักษาแบบกินยากระเพาะอาหารเพื่อลดกรด หรือยาลดอาการกระเพาะอาหารอักเสบมาประมาณ 8 อาทิตย์ แล้วอาการเหล่านั้นยังไม่ดีขึ้น ไม่หายไป ก็แนะนำว่าอาจจะต้องตรวจเชื้อโรคตัวนี้โดยวิธีการส่องกล้อง วิธีการส่องกล้องเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถตรวจหาเชื้อโรคตัวนี้ได้ และเราจะหาสาเหตุการปวดท้องด้วยว่ามันมาจากสาเหตุอื่นไหม อย่างเช่น เป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร เป็นแผลในกระเพาะอาหารหรือไม่ หรือเป็นกรดไหลย้อน มีการอักเสบของหลอดอาหารหรือไม่ หรือกระเพาะที่ผิดปกติไป

เมื่อมีการอักเสบเกิดขึ้นในกระเพาะอาหาร จะทำให้เยื่อบุของกระเพาะเจริญเติบโตมากขึ้น ซึ่งในบางกรณี เราก็ทำการตัดออกไป หลังจากตัดแล้ว ถ้าเนื้องอกตัวนั้นเป็นเนื้อปกติก็ไม่ต้องทำอะไรต่อ แค่ติดตามอาการ แล้วก็กำจัดเชื้อเอชไพโลไรนั้น แต่ว่าถ้ายังไม่สามารถกำจัดได้ การอักเสบยังดำเนินอยู่ มันก็อาจจะทำให้เกิดเนื้องอกขึ้นมาใหม่ได้ คือการเปลี่ยนแปลงของกระเพาะอาหาร จากกระเพาะอาหารอักเสบกลายเป็นมะเร็ง มันผ่านการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะ ๆ กว่าจะทำให้เกิดมะเร็ง ใช้เวลานานพอสมควร

การรักษาเบื้องต้นของเอชไพโลไร

เนื่องจากมันเป็นเชื้อแบคทีเรีย เราจำเป็นต้องได้รับยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียร่วมกับการกินยาลดกรด หลังจากที่เราหายแล้ว เราก็ต้องทดสอบซ้ำว่าเชื้อโรคหายไปหรือยัง และที่สำคัญกว่านั้นก็คือ มันเกิดจากการกินเชื้อโรคเข้าไป มันติดใหม่ได้ คือรักษาแล้ว หายแล้ว มันเป็นซ้ำได้ อันนี้คือสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงด้วย คือถ้ามีอาการใหม่ทุกครั้ง อาจจะต้องมาตรวจกันทุกครั้ง

การป้องกันค่อนข้างยากเนื่องจากมันเกิดจากการกิน เราไม่มีทางรู้เลยว่า อาหารอันไหนที่สามารถติดเชื้อปนเปื้อนมาได้ หลัก ๆ ที่อาจจะต้องแนะนำก็คือ

  1. อย่ากินอาหารดิบ
  2. อย่ากินอาหารที่ปนเปื้อนสกปรกมา เช่น ไม่สะอาด ล้างและปรุงไม่ค่อยสะอาดมากนัก อันนี้ควรจะหลีกเลี่ยงแน่นอน
  3. หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่เก็บไว้นาน ๆ อย่างเช่น อาหารแช่แข็งที่กินไม่หมดเอาไปแช่ไว้แล้วเอากลับมากินใหม่ ถ้ามันนานเกินไปหรือเก็บในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม อันนี้ก็ต้องระวัง

สรุป ถ้ามีคนไข้คิดว่าตัวเองอาจจะติดเชื้อเอชใพโลไร ควรมารับการตรวจ การส่องกล้องตรวจเพื่อวินิจฉัยตัวผิวกระเพาะว่ามีลักษณะผิดปกติอย่างไรในคนไข้ที่มีอาการปวดอึ แน่นท้อง เข้าข่ายที่จะต้องได้รับการตรวจก็ควรจะต้องตรวจ เพราะว่าการตรวจไม่ยาก สะดวกและภาวะแทรกซ้อนน้อย ที่สำคัญคือมันรักษาได้ตั้งแต่เริ่มต้น หากตรวจพบมะเร็ง

 

ข้อมูลโดย
ผศ. นพ.ไชยรัตน์ ทรัพย์สมุทรชัย
สาขาวิชาทางเดินอาหารและศัลยศาสตร์ทั่วไป ภาควิชาศัลยศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
มหาวิทยาลัยมหิดล


คลิกชมคลิปรายการ “พบหมอรามาฯ: เชื้อเอสไพโลไร แบคทีเรียเหตุโรคกระเพาะอาหาร สู่มะเร็ง” ได้ที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความ เรื่อง ปวดท้อง แน่นท้อง เหนื่อย อ่อนเพลีย อุจจาระเป็นเลือด น้ำหนักลดลง อาจเป็นสัญญาณเตือนของ อาการมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคมะเร็ง ที่พบบ่อย
ปวดท้อง แน่นท้อง เหนื่อย อ่อนเพลีย อุจจาระเป็นเลือด น้ำหนักลดลง อาจเป็นสัญญาณเตือนของ อาการมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคมะเร็งที่พบบ่อย
Article
12-06-2024

0

บทความ เรื่อง อาการคล้ายกับไข้หวัด มีน้ำมูก และเสมหะอยู่ตลอดเวลา อาการเหล่านี้อาจเสี่ยงเป็น ไซนัสอักเสบ โรคที่สามารถพบได้บ่อยในช่วงที่มีอากาศชื้น
อาการคล้ายกับไข้หวัด มีน้ำมูก และเสมหะอยู่ตลอดเวลา อาการเหล่านี้อาจเสี่ยงเป็น ไซนัสอักเสบ โรคที่สามารถพบได้บ่อยในช่วงที่มีอากาศชื้น
Article
11-06-2024

1

บทความ เรื่อง ปัญหาที่พบบ่อยมากขึ้นสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้เสียงอยู่ตลอดเวลาคือ อาการ เสียงแหบ เสียงหาย ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดปัญหาในชีวิตประจำวัน
ปัญหาที่พบบ่อยมากขึ้นสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้เสียงอยู่ตลอดเวลาคือ อาการ เสียงแหบ เสียงหาย ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดปัญหาในชีวิตประจำวัน
Article
10-06-2024

3

บทความ เรื่อง การ จัดฟัน จะช่วยให้มี ฟัน สวยเป็นที่นิยมมากเพราะนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาฟันไม่สวยแล้ว ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจ และสร้างบุคลิกภาพที่ดีได้อีกด้วย
การจัดฟัน จะช่วยให้มีฟันสวยเป็นที่นิยมมากเพราะนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาฟันไม่สวยแล้ว ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจ และสร้างบุคลิกภาพที่ดีได้อีกด้วย
Article
07-06-2024

2