205_ไตวายเฉียบพลัน เพราะลดน้ำหนักไวเกินไป จริงหรือ_1920x1080_2 (2)
หน้าแรก
ลดน้ำหนัก เร็วเกินไป เสี่ยง ! ไตวายเฉียบพลัน จริงหรือ ?
ลดน้ำหนัก เร็วเกินไป เสี่ยง ! ไตวายเฉียบพลัน จริงหรือ ?

หลายคนเจอปัญหาความอ้วนหรือน้ำหนักเกินมาตรฐาน สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ การควบคุมอาหารและโหมออกกำลังกายเพื่อ ลดน้ำหนัก แต่การโหมออกกำลังกายมากเกินไปจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่มาก ส่งผลให้ปริมาตรเลือดลดลงจนทำให้ ไต ขาดเลือดไปเลี้ยงและสูญเสียหน้าที่การทำงานอาจทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้ ซึ่งหน้าที่สำคัญของไต คือ การสร้างปัสสาวะซึ่งช่วยขับของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญสารอาหารต่าง ๆ และช่วยรักษาความปกติของน้ำและเกลือแร่ของร่างกาย

ไตวายเฉียบพลันกับไตวายเรื้อรัง ต่างกันอย่างไร ?

ไตวายเฉียบพลัน คือ ภาวะที่ไตทำงานลดลงอย่างรวดเร็วซึ่งเมื่อแพทย์ให้การรักษาได้ทันการทำงานของไตก็จะสามารถฟื้นตัวดีขึ้นได้ สาเหตุเกิดจากการสูญเสียน้ำของร่างกาย เช่น อาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง เสียเลือดมากจากอุบัติเหตุหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร และการติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรง ในส่วนของไตวายเรื้อรังเป็นภาวะที่ไตเสื่อมลงช้า ๆ อย่างต่อเนื่องหรือมีความผิดปกติของไตเกินกว่า 3 เดือน ซึ่งถ้าเกิดไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายจะไม่สามารถฟื้นกลับมาทำงานได้เหมือนปกติต้องรับการบำบัดทดแทนไต เช่น การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม การล้างไตทางหน้าท้อง และการผ่าตัดปลูกถ่ายไต สาเหตุส่วนใหญ่ของไตวายเรื้อรังนั้นเกิดจากโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง

ไตวาย,ลดน้ำหนัก,ร่างกายขาดน้ำ,ไตวายเฉียบพลัน

สัญญาณเตือนของโรคไตวายเฉียบพลัน

  1. เเขนเเละขาบวม
  2. ปัสสาวะน้อยกว่า 400 ซีซีต่อวันหรือบางรายอาจไม่มีปัสสาวะออกมาเลย
  3. ปวดศีรษะ คลื่นไส้ และอาเจียน
  4. รู้สึกหวิว เหนื่อยง่าย หรือมีอาการขาดน้ำ
  5. อ่อนเพลีย

ไตวาย,ลดน้ำหนัก,ร่างกายขาดน้ำ,ไตวายเฉียบพลัน

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไตวายเฉียบพลัน

  • ติดเชื้อในกระแสเลือด
  • มีความผิดปกติที่มีผลต่อไตและอวัยวะอื่น ๆ
  • การอุดตันในระบบทางเดินปัสสาวะเนื่องจากภาวะต่าง ๆ เช่น ต่อมลูกหมากโต นิ่วในไต และมะเร็งบางชนิด
  • การไหลย้อนของปัสสาวะกลับเข้าไต
  • การอักเสบของไตอย่างต่อเนื่อง
  • สารน้ำและเกลือแร่ในร่างกายลดลงเป็นเวลานาน

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไตวายเฉียบพลัน

  • น้ำตาลในเลือดสูง 
  • ความดันเลือดสูง 
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด 
  • สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • น้ำหนักเกิน
  • พันธุกรรม
  • โครงสร้างที่ผิดปกติของไต
  • ความชรา

ทำไมเร่ง ลดน้ำหนัก ถึงอันตราย ?

เกิดจากการไม่ดื่มน้ำเพราะกลัวอ้วน บางคนกินยาที่มีส่วนผสมของยาขับปัสสาวะทำให้ปัสสาวะบ่อยจึงทำให้ขาดน้ำและเข้าใจว่าน้ำหนักลดลง ทำให้ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่ เมื่อร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่ ผลที่เกิดกับร่างกายคือเป็นตะคริว คลื่นไส้ อาเจียน หน้ามืด และความดันเลือดต่ำ

โรคอ้วนและโรคไตสัมพันธ์กันอย่างไร ?

โรคอ้วนเป็นสาเหตุสำคัญของการออกกำลังกาย ซึ่งการออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่ต้องออกแรงและเคลื่อนไหวร่างกายทำให้เสียเหงื่อมากส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำ นอกจากนี้หากเกิดอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บอย่างรุนแรงในขณะออกกำลังกายก็ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคไตวายเฉียบพลันได้

ลดน้ำหนัก อย่างไรให้ถูกวิธี ?

  1. ลดไขมันในร่างกาย ไม่ใช่ลดกล้ามเนื้อ 
  2. กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่จากผักและผลไม้  
  3. ลดปริมาณอาหารโดยเฉพาะหมวดแป้งและนำ้ตาลหรือเปลี่ยนเป็นอาหารที่มีพลังงานต่ำ 
  4. หลีกเลี่ยงอาหารทอด ผัด และอาหารที่มีไขมัน
  5. ไม่ใช้ยาลดน้ำหนักที่อาจเป็นอันตราย

ไตวาย,ลดน้ำหนัก,ร่างกายขาดน้ำ,ไตวายเฉียบพลัน

ดื่มน้ำหลังออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก ให้ถูกวิธี

  1. ควรดื่มน้ำ 500-600 มิลลิลิตร ก่อนออกกำลังกาย 2-3 ชั่วโมง 
  2. ควรดื่มน้ำ 200-300 มิลลิลิตร ก่อนออกกำลังกาย 30 นาที
  3. ควรดื่มน้ำ 200-300 มิลลิลิตร ระหว่างออกกำลังกายเมื่อรู้สึกกระหายนำ้
  4. ควรดื่มน้ำ 1-1.5 ลิตร ต่อน้ำหนักตัวที่หายไป 1 กิโลกรัมหลังจากออกกำลังกาย
  5. ถ้าออกกำลังกายหนักติดต่อเกิน 60 นาทีและเสียเหงื่อมาก ควรดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ทดแทน

วิธีป้องกันการเกิดโรคไตวายเฉียบพลัน

  1. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจเสี่ยงต่อโรคไตวายเฉียบพลัน  
  2. ควบคุมน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม  
  3. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว
  4. ควบคุมความดันเลือด ระดับน้ำตาล และไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
  5. พักผ่อนอย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง
  6. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่อย่าหักโหมจนเกินไป
  7. งดการสูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  8. ตรวจสุขภาพประจำปี

วิธีรักษาโรคไตวายเฉียบพลัน

  1. รักษาสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกายให้เป็นปกติ
  2. ปรับขนาดยาตามการทำงานของไตที่ลดลง
  3. หลีกเลี่ยงการฉีดสารทึบรังสีหรือยาที่มีผลเสียต่อไต
  4. การรักษาโดยการบำบัดทดแทนไต กรณีที่มีอาการสารน้ำเกินหรือเกลือแร่ผิดปกติมาก

ไตวายเฉียบพลันเป็นโรคที่เกิดได้จากหลายสาเหตุรวมถึงการออกกำลังกายของคนที่พยายามลดน้ำหนัก ดังนั้น เพื่อป้องกันการเกิดโรคนี้ควรลดน้ำหนักให้ถูกต้องและถูกวิธี ไม่หักโหมจนเกินไป ดื่มน้ำให้เพียงพอหรือเทียบเท่ากับที่ร่างกายสูญเสียไป

 

ข้อมูลจาก

รศ. นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ 

สาขาวิชาโรคไต 

ภาควิชาอายุรศาสตร์ 

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี 

มหาวิทยาลัยมหิดล

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความเรื่อง โรคคางทูม เกิดจาก การใช้ หลอดดูดน้ำ เดียวกัน จริงหรือ ? มีโอกาสติดโรคได้เนื่องจากสารคัดหลั่งของผู้ป่วยที่มีเชื้อบนหลอดสามารถแพร่เชื้อได้
โรคคางทูม เกิดจากการใช้หลอดดูดน้ำเดียวกัน จริงหรือ ? มีโอกาสติดโรคได้เนื่องจากสารคัดหลั่งของผู้ป่วยที่มีเชื้อบนหลอดสามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้
บทความสุขภาพ
17-04-2024

1

บทความเรื่อง ยาระบาย แก้ท้องผูก ได้จริงหรือไม่ ? ยาระบายจะเข้าไปช่วยให้การขับถ่ายให้กลับมาเป็นปกติ ดังนั้นยาระบายช่วยให้อาการ ท้องผูก หายได้เบื้องต้น
ยาระบาย แก้ท้องผูกได้จริงหรือไม่ ? ยาระบายจะเข้าไปช่วยให้การขับถ่ายให้กลับมาเป็นปกติ ดังนั้น ยาระบายช่วยให้อาการท้องผูกหายได้เบื้องต้นเท่านั้น
บทความสุขภาพ
11-04-2024

1

บทความเรื่อง โรคสะเก็ดเงิน เป็นโรค ผิวหนังอักเสบ เรื้อรังชนิดหนึ่ง ส่วนใหญ่มักจะมีอาการคัน ผิวหนังแดง มีขุยหนา แล้วโรค สะเก็ดเงิน รักษา อย่างไรได้บ้าง ?
โรคสะเก็ดเงิน เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่ง ส่วนใหญ่มักจะมีอาการคัน ผิวหนังแดง มีขุยหนา แล้วโรคสะเก็ดเงินรักษาอย่างไรได้บ้าง ?
บทความสุขภาพ
10-04-2024

8

บทความเรื่อง ปวดขมับ หรือท้ายทอย คือสัญญาณเตือน โรคไต ! จริงหรือไม่ ? ปวดศีรษะ บริเวณขมับหรือท้ายทอยอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคไตได้มาสังเกตอาการกันว่าแบบนี้จะเข้าข่ายหรือไม่แล้วเมื่อเป็น โรคไต อาการ จะเป็นอย่างไร ?
อาการปวดศีรษะที่ต้องเฝ้าระวัง หากมีอาการปวดบริเวณขมับหรือท้ายทอยอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคไตได้ มาสังเกตอาการกันว่าเมื่อปวดขมับหรือท้ายทอยแบบนี้จะเข้าข่ายเป็นโรคไตหรือไม่ !
บทความสุขภาพ
05-04-2024

6