TEM_AD_RAMA-01
หน้าแรก
"ทานอาหารตามสั่งอย่างไร?" ให้ไกลโรคไต โรคเบาหวาน
"ทานอาหารตามสั่งอย่างไร?" ให้ไกลโรคไต โรคเบาหวาน

บทความนี้เป็นคำถามที่น่าสนใจจากผู้ชมทางบ้านที่โทรศัพท์เข้ามาถามคุณหมอในรายการ “พบหมอรามา ช่วงลัดคิวหมอ” กับเรื่องราวของ “อาหารตามสั่ง” อาหารประจำวันที่เราคุ้นเคยกันดีและทานอยู่ทุกวัน เรามีวิธีเลือกทานอย่างไรให้ไกลจากโรคไต โรคเบาหวาน ที่ดูแล้วปัจจุบันผู้คนน่าจะเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้กันได้ง่ายขึ้น

มาฟังเรื่องราวที่น่าสนใจนี้ รวมถึงคำแนะนำดีดีจาก ผศ.นพ. เฉลิมพงษ์ ฉัตรดอกไม้ไพร ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กันเลย

คุณผู้ชมทางบ้าน: อยากถามคุณหมอครับ ทุกวันนี้โรคไตและโรคเบาหวานเป็นกันง่ายมากขึ้น สาเหตุหนึ่งก็มาจากอาหารที่เราทานในแต่ละวัน อย่างข้าวผัดกระเพราะ 1 จาน ก็มีรสชาติเค็มพอสมควร เรากินทุกวันๆ ก็กลัวที่จะเป็นโรคไต ชาเย็น 1 แก้ว ก็หวานเหลือเกิน เบาหวานจะถามหาไหม แบบนี้เราควรเลือกทานอาหารอย่างไรดี ให้ห่างไกลจากโรคเหล่านี้ดีครับ ในเมื่อเราจะหลีกเลี่ยงไม่ทาน ก็ดูจะไม่ได้ ?

คุณหมอ: มีปัญหาเหมือนผม เป๊ะ!…เลยครับ การที่เราจะเลือกทานไม่หวาน ไม่มัน ไม่เค็ม หรือไม่ใส่กล่องโฟม มันก็ดูเป็นไปได้ยากในชีวิตประจำวันเรา ผมเข้าใจดีเลย ผมเลยอยากจะขอแนะนำว่า

  1. ตัวเราเองพยายาม “อย่า” ปรุงรสชาติอาหารให้จัด เช่น การเติมพริกน้ำปลา น้ำตาล น้ำส้มสายชู เพิ่มเข้าไปในอาหาร
  2. กระซิบบอกพ่อครัวแม่ครัวว่า ลดเครื่องปรุงลงหน่อยนะ ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่น้ำปลาเยอะ ลดน้ำตาลลง แต่หากเราสังเกตว่า พ่อครัวแม่ครัว เริ่มมีอารมณ์หงุดหงิด รำคาญเราละ ง่ายๆ เลยเราก็ควรเปลี่ยนร้านครับ หาร้านที่ใช่สำหรับเราแล้วก็ยึดเป็นร้านหลักในใจ มีสัก 2-3 ร้านเพียงเท่านี้เราก็ฝากท้องไว้ได้แล้ว เพราะปัจจุบันผมเข้าใจดีเลยว่า เราเลือกทานไม่ได้จริงๆ หากจะทำอาหารมาทานเองทุกวันก็ไม่ไหวใช่ไหมครับ

คุณผู้ชมทางบ้าน: แล้วการทานอาหารตามสั่งทั่วๆ ไป แบบนี้ 3 มื้อในแต่ละวัน ปกติแล้วร่างกายรับไหวอยู่แล้วไหมครับ หรือเราจำเป็นต้องลดพวกเครื่องปรุงต่างๆ อยู่ดี ?

คุณหมอ: จริงๆ แล้ว ถ้าเกิดว่าเราช่วยร่างกายสักนิดนึงนะครับ แบบว่ามื้อไหนที่เราคิดว่า ทานหวานมากเกินไป ทานเค็มมากเกินไป เราสามารถช่วยร่างกายได้โดยการ “ทานน้ำเยอะหน่อย” เพื่อที่เราจะได้ปัสสาวะ ตรงนี้จะช่วยให้ร่างกายของเราทำงานง่ายขึ้น จากเค็มเกินไปก็กลายเป็นไม่เค็มมากเท่าไหร่นัก

แต่ใน 3 มื้อเราควรทานอาหารให้หลากหลาย ไม่ใช่ว่า ทานเค็มทั้ง 3 มื้อ ทานหวานทั้ง 3 มื้อ หรือทานอาหารมันๆ ทั้ง 3 มือ อันนี้ก็ไม่ดีต่อร่างกายเท่าไหร่นัก เราควรจะมีมื้อสุขภาพสักมื้อนึง อย่างเช่น สลัดผัก แซนวิสเพื่อสุขภาพ หรือเมนูที่มีผัก มีผลไม้เยอะๆ ซึ่งปัจจุบันหาซื้อได้ง่าย และหลากหลายขึ้น

ตรงนี้ก็จะช่วยในการระบาย ขับของเสียในร่างกายให้เราได้ดีขึ้นครับ รวมถึงอาหารพวกนี้นั้น สิทธิ์ในการปรุงนั้นเป็นของเรา ฉะนั้นเราสามารถควบคุมได้ว่าเราจะปรุงมาก ปรุงน้อย อย่างไรครับ

สรุปคือใน 3 มื้อ เราควรจะมีมื้อสุขภาพสักมื้อนึงจะดีที่สุดครับ ถือว่าได้ช่วยร่างกายไปอีกทางหนึ่งครับ

 

ข้อมูลจาก
ผศ. นพ.เฉลิมพงษ์ ฉัตรดอกไม้ไพร
ภาควิชาศัลยศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
มหาวิทยาลัยมหิดล

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาวะฮีทสโตรก อากาศร้อน
อากาศร้อนของประเทศไทยอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดด หรือ ภาวะฮีทสโตรก ที่มาจากอากาศร้อนจัดภัยฉุกเฉินจากฤดูร้อนช่วงเดือนมีนาคมเป็นต้นไป
บทความสุขภาพ
19-02-2024

32

ทอนซิลอักเสบ เจ็บคอ
ทอนซิลอักเสบ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือการติดเชื้อแบคทีเรีย โรคคออักเสบที่มีอาการ เจ็บคอ ร่วมกับไข้สูง หนาวสั่น กลืนอาหารหรือน้ำลายได้ลำบาก
บทความสุขภาพ
15-02-2024

6

เลือดกำเดาไหล เลือดกำเดา
เลือดกำเดาไหล เป็นภาวะเลือดออกทางโพรงจมูก ไม่เป็นอันตรายร้ายแรงแต่หากมี เลือดกำเดา ไหลออกมามากกว่าปกติอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงได้
บทความสุขภาพ
01-02-2024

9

สูงวัยจอประสาทตาเสื่อม
จอประสาทตาเสื่อมในสูงวัย มีวิธีการรักษาและป้องกันอย่างไร ให้ห่างไกลจากการลดการมองเห็น มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคดวงตาในผู้สูงอายุ
บทความสุขภาพ
18-01-2024

20