"Caring for the Caregivers: Strengthening Support for Those Who Give"
ถอดบทเรียนจากการดูแล
เป็นประสบการณ์อันล้ำค่าที่เราได้เรียนรู้จากผู้ดูแล ที่ได้รับบทบาทในการดูแลทั้งคุณพ่อที่เรียกว่าเป็นผู้ป่วยยากและคุณแม่ที่ป่วยด้วยโรคสมองเสื่อม วิทยากรได้สะท้อนบทเรียนมากมายให้กับผู้เข้าร่วมประชุม
การโทษตัวเองว่าเหตุใดเราจึงไม่สามารถสังเกตเห็นหรือรับรู้ถึงภาวะผิดปกติที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยได้ ทั้งที่เราให้การดูแลท่านมาตลอด เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในใจผู้ดูแล และหากยิ่งมีความรัก ความผูกพัน และให้ความห่วงใยมาก ก็ยิ่งทำให้รู้สึกผิดมากขึ้นได้เช่นกัน
การพาคุณพ่อ คุณแม่ไปอยู่ nursing home ที่ในยุคก่อนหน้านี้อาจเต็มไปด้วยอคติจากคำว่า "อกตัญญู" แต่ในสังคมปัจจุบัน กลับแสดงให้เห็นการยอมรับมากขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มที่ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่เหมาะสมมากขึ้น อีกทั้งผู้ดูแลยังได้มีเวลาพัก
"ไม่ต้องยื้อ ให้ปล่อยเป็นตามธรรมชาติ" อาจเป็นคำกล่าวที่ผู้ป่วยบอกกับผู้ดูแลไว้ แต่ผู้ดูแลอาจจะตัดสินใจได้ยากว่า สถานการณ์ไหนที่ควรปล่อยเป็นตามธรรมชาติ และสถานการณ์ไหนที่การทำบางอย่างอาจทำให้ผู้ป่วยดีขึ้น นี่จึงเป็นส่วนที่บุคลากรทางการแพทย์จะต้องเข้ามาเติมเต็มและมีส่วนร่วมโดยการเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้ดูแลได้
การดูแลผู้ป่วยไม่ใช่เรื่องง่าย ให้มองว่าไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น แต่เป็นการวิ่งแบบมาราธอน ผู้ดูแลก็ต้องดูแลตัวเองด้วย เพื่อจะได้ดูแลผู้ป่วยได้ในระยะยาว
สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการดูแลผู้ดูแล คือ "การฟังโดยไม่ตัดสิน" ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนเรามีความรู้สึกนึกคิด มีมุมมองในแบบของตัวเองจากประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน การไม่ตัดสินจะเกิดขึ้นได้จากความรู้สึกตัว (self-awareness) ซึ่งความรู้สึกตัวหรือการตระหนักรู้ตนเองนี้เป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนและต้องทำซ้ำบ่อย ๆ
"การฟัง" ไม่ได้แสดงผ่านบทสนทนาด้วยการถามคำถาม - คำตอบเท่านั้น แต่เป็นการสื่อสารกันผ่านทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา ดังนั้นจึงควรพยายามใช้ทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษาเพื่อเชื่อมโยงและหาจุดร่วมในการสนทนา
การที่ผู้ดูแลมีครอบครัวคอยเป็นผู้สนับสนุนนั้นแตกต่างกับการมีทีมบุคลากรทางการแพทย์คอยให้การสนับสนุน การมีบุคลากรทางการแพทย์ที่ผู้ดูแลจะสามารถติดต่อได้เสมอ ทำให้รู้สึกปลอดภัยและมั่นคงทางจิตใจขึ้น เพราะรู้ว่ามีคนคอยช่วยอยู่แน่ ๆ
ผู้ดูแลสามารถมีอารมณ์ได้หลากหลาย เพราะนี่คือธรรมชาติของมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาทั่วไป เราสามารถเหนื่อยได้ เบื่อได้ โกรธได้ เศร้าได้ เพียงแต่ต้องรู้ทันความรู้สึกและความคิดของตัวเอง เมื่อรู้ทันจึงจะสามารถวางความคิด ความรู้สึกนั้นลง แล้วจะสามารถกลับมาเชื่อมโยงกับผู้ป่วยและผู้อื่นได้ ทำให้เกิดการฟังอย่างลึกซึ้ง นำไปสู่ความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจกัน
เผื่อใจให้กับสิ่งที่ไม่ได้เห็น ไม่ได้รู้สึก เพราะเราไม่ได้เจ็บเหมือนเขา เพื่อจะได้ข้อมูลที่ใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด ส่งผลต่อการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ
แม้คนเราจะแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปมนุษย์มีความรู้สึก มีความต้องการขั้นพื้นฐานที่ไม่แตกต่างกัน
ความรักอยู่เหนือเหตุผลทั้งมวล ใจเราจะขยายขึ้นเมื่อได้ดูแลคนเจ็บป่วย โดยเฉพาะพ่อแม่ที่อุ้มชูเลี้ยงดูเรามา
----------
การประชุมวิชาการเวชศาสตร์ครอบครัวรามาธิบดี ครั้งที่ 7
"Crisis to Catalyst: Be Bold, Be Brave, Be Amazing"
หัวข้อบรรยาย "Caring for The Caregivers: Strengthening Support for Those Who Give"
วิทยากร
คุณพวงเพชร สุพาวาณิชย์
คุณศรีจันทร์ กัณหาสาลี (นักสุขศึกษา)
อาจารย์แพทย์หญิงจิศพรรณ จงเจริญคุณวุฒิ
เรียงเรียงโดย
อ.พญ.อรอนงค์ ชนะจรัญวิทย์
#RecapFMRAMA2025



